[Fic] เจ้าฮะ : 17
posted on 15 May 2012 21:29 by have-a-khunday in FanFictionFan Fiction (BOY LOVE)
Title : เจ้าฮะ
Paring : Khun x Woo
Type : Romantic
Beta Reader : Madam P
Chapter 17
โฮตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอนเลยเรื่องของชานที่เกิดขึ้นเมื่อวานรบกวนจิตใจเขาไม่น้อย เขารู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างชานกับพ่อนั้นไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ แต่จะว่าไปความสัมพันธ์ระหว่างชานกับใครก็ไม่ดีทั้งนั้นแม้แต่กับเขา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรู้สึกไม่ดี รู้สึกเหมือนตัวเองพาชานไปเข้าคุกเพราะชานต้องโดนกักบริเวณอยู่ในบ้าน 1 เดือน
บ้านที่เงียบเหงาร้างผู้คน
บ้านที่กว้างใหญ่จนเกินไป
พ่อที่เอาแต่ทำงานจนกลายเป็นคนแปลกหน้า
แม่ชานก็ไม่รู้เป็นยังไงไม่เห็นคนในบ้านพูดถึง เขาพอจะเข้าใจว่าชานคงจะเหงาเลยพาลออกกฎบ้าๆห้ามทุกคนไม่ให้เข้าใกล้ ชานสร้างกำแพงหนาขึ้นมาเพื่อกันทุกคนให้ออกห่างตัวเขา เพื่อที่เขาจะได้ไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง ที่เขาต้องอยู่คนเดียวนั่นเป็นเพราะตัวเขาเลือกเอง เขาไม่ได้ไม่มีทางเลือก การที่ชานใช้เงินซื้อทุกอย่างก็เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่าเขามีทุกอย่างที่อยากมี เขาไม่ได้ขาดอะไร การที่ชานชอบเอาชนะนั่นก็เพราะเขาไม่อยากยอมรับว่าเขาแพ้ เขาไม่เอาไหน เขาไม่สำคัญ การที่ชานทำเป็นไม่แยแสใคร ไม่ทุกข์ร้อนอะไร เขาเชื่อว่าจริงๆแล้วชานเองก็แคร์และเจ็บปวด ยิ่งภายนอกชานดูเข้มแข็งเท่าไหร่ ภายในก็ยิ่งเปราะบางเท่านั้น
เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกสงสารชานจริงๆ
ชานน่าสงสารจริงๆ
กว่าจะรู้ตัวโฮก็ขับรถมอเตอร์ไซด์มาถึงหน้าบ้านชานเสียแล้ว
โฮบอกกับยามที่หน้าประตู “ผมมาพบคุณชาณรบครับ ผมเป็นเพื่อนเขาครับ จะมาขอพบ..เอ่อ...คุณ..ชาณรบ”
“ตอนนี้คุณชายชาณรบไม่สะดวกพบใคร มีธุระอะไรฝากไว้ได้ครับ” ยามบอกตามที่ได้รับคำสั่ง
โฮเม้มปากอย่างใช้ความคิด จะทำไงดี เขากำลังถูกกีดกันไม่ให้พบชาน โฮก้มลงหยิบมือถือชานที่ยังอยู่กับเขาขึ้นมาก่อนจะกดไปหาคนชื่อ-วิน- แต่สิ่งที่ได้รับคือวินให้เขาฝากมือถือเอาไว้ที่ยาม ไม่ว่าเขาจะพยายามหว่านล้อมเช่นไร เขาก็ไม่สามารถเข้าพบชาณรบได้ โฮยืนกำมือถือชานไว้ไม่ยอมคืน เพราะนี่เป็นข้อต่อรองเดียวที่เขามี โฮมองประตูเหล็กบานใหญ่ บ้านที่ซ่อนอยู่หลังประตูตอนนี้เปรียบเสมือนคุกที่จองจำผู้ชายคนนึงไว้ภายใน
แสงแดดแผดจ้าในตอนบ่าย
อากาศก็ร้อนอบอ้าว โฮยังคงนั่งกอดเข่าอยู่หน้าประตูเหล็กตามเดิมมือกำมือถือชานไว้แน่น โฮนั่งรออย่างมีความหวังและอดทนถ้ารถพ่อของชาณขับผ่านมา เขาจะขอเข้าไปพบชานเสียหน่อย ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง วินจะทำอะไรชานรึไม่ แม้แดดจะแรงแค่ไหนเหงื่อเขาจะไหลเป็นน้ำแต่โฮก็ไม่ท้อ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงต้องทนตากแดดและพยายามจะพบชานขนาดนี้ เป็นเพราะเขารู้สึกผิดที่เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ชานต้องเป็นเช่นนี้ หรือเป็นเพราะเขาสงสารชาน หรือเพราะอะไรกันนะ
จนพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า
พ่อของชานก็ยังไม่กลับมา ความหวังของโฮค่อยๆลับไปพร้อมกับแสงอาทิตย์ โฮบิดตัวไล่ความปวดเมื่อย หัวใจห่อเหี่ยวเหลือเกิน โฮเหลือบตามองประตูรั้วใหญ่ตรงหน้าอีกครั้งอยากหวังให้มีปาฎิหารย์ แต่ก็ไม่มี...เขาคงต้องกลับเสียทีแล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยลองมาใหม่
.....
สายวันรุ่งขึ้น
ชานอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ เดินออกจากห้องนอน ลงมาทานมื้อเช้า เมื่อวานเขานั่งเล่นเกมส์อยู่แต่ในห้องตัวเอง หลับๆตื่นๆไม่ได้ออกมานอกห้องเลย ทันทีที่เขาหย่อนก้นลงนั่งโต๊ะ จักรก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาเขา
“มีอะไรจักร ดูทำหน้าเข้า”
“ก็...ผ...ผมติดต่อคุณชายชาณรบไม่ได้นี่ครับ โทรไปก็ไม่มีคนรับสายก็เลยเป็นห่วงครับ”
“อ่อ มือถือฉันคงโดนวินยึดไปน่ะ มีอะไร” ถามอย่างไม่ค่อยจะใส่ใจ
“เมื่อวานคุณหรวัฒน์กลับถึงบ้านช่วงหัวค่ำ แต่ว่า...ตั้งแต่เช้ายังไม่ออกจากบ้านเลยครับทั้งๆที่วันนี้มีเรียน” จักรรีบรายงาน
“ห๊า? เขาไปเรียนแล้วรึเปล่า พวกนายเฝ้าไม่ดีรึเปล่า”
“ไม่ครับ พวกเราผลัดเวรกันเฝ้า แถมยังมีกล้องวงจรปิดอีก ไม่พลาดแน่ครับ” จักรยืนยันหนักแน่น
ชานขมวดคิ้ว โฮเป็นคนรักเรียนมาก การโดดเรียนเป็นเรื่องที่โฮจะทำเป็นสิ่งสุดท้าย
“ผมเกรงว่า จะเกิดอันตรายกับคุณหรวัฒน์ ให้พวกเราบุกเข้าไป...”จักรยังพูดไม่จบชานก็ผุดลุกขึ้นด้วยความรีบร้อน
“จักร!! ไปกับฉันเดี๋ยวนี้!” ชานเป็นห่วงโฮขึ้นมา กลัวว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับโฮ
“แต่คุณชายชาณรบต้องอยู่ในบ้าน....” ก็เจ้านายเขาต้องเก็บตัวช่วงคุณท่านหาเสียงนี่นา
“ใครก็ห้ามฉันไม่ได้!”
ชายหนุ่มกำมือแน่นอย่างโมโหก่อนจะเอาโทรศัพท์ของจักรมาโทรหาวิน ชายหนุ่มบอกเสียงเครียด “เอาโทรศัพท์มาคืนฉันภายใน 5 นาที! แล้วบอกยามให้เปิดประตูด้วย!”
“....”
“อะไรนะ? โทรศัพท์ฉันอยู่กับโฮ! ทำไมนายไม่บอกฉันว่าโฮมาหาฉันเมื่อวาน!!” ชานถามเสียงกระชาก
“...”
“นายคิดแทนฉันตั้งแต่เมื่อไหร่…วิน!!!”
“...”
“หยุดพล่ามได้แล้ว!! แล้วทำตามที่ฉันสั่ง!”
“...”
“ฉันไม่ได้ขออนุญาตินายนะวิน!! ฉันจะไปค้างบ้านโฮ! บอกคุณท่านของนายโทรหาฉันละกัน!!” ชานตอบอย่างโมโห พร้อมกดวางโทรศัพท์ ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าเงินแล้วรีบเดินออกไป
ไม่บ่อยเลยที่ชานจะยอมคุยกับพ่อของตัวเอง วินเองก็รู้ข้อนี้ดี น้ำเสียงของชานเมื่อครู่ฟังก็รู้ว่าครั้งนี้ชานเอาจริงแน่ซึ่งนั่นทำให้วินลังเล เขาไม่รู้ว่าหากเขาขัดใจชานครั้งนี้เขาจะมีอนาคตเช่นไร ชานจะแผลงฤทธ์ขนาดไหน อีกอย่างเพื่อนทุกคนของชานเขาก็สืบประวัติหมดแล้ว วินก็รู้ประวัติของโฮดีว่าโฮเป็นเด็กเรียน ไม่เที่ยว ไม่ดื่ม ไม่เกเร อีกทั้งข้างบ้านโฮก็มีคนของชานเฝ้าอยู่ คอยดูแลความปลอดภัยอยู่แล้วเพราะฉะนั้นคุณท่านก็คงไม่ต้องห่วงเรื่องคะแนนเสียง คิดได้ดังนั้นวินจึงตัดสินใจปล่อยชานไปโดยไม่ขัดขวางใดๆ
ชานละสายตาจากคนป่วยที่นอนซมพิษไข้อยู่บนเตียงมามองทีวี คนของเขานำเทปจากกล้องวงจรปิดที่ยามหน้าบ้านเขาบันทึกไว้มาให้เขาเมื่อครู่ วินบอกว่าเมื่อวานโฮมาหาเขาเพื่อคืนมือถือ ชานนึกถึงคำบอกเล่าของยามเฝ้าประตู
...แขกของคุณชายชาณรบรอตั้งแต่แดดแจ๋จนมืดค่ำนั่นล่ะครับ ถามถึงคุณชายชาณรบว่าเป็นยังไงบ้าง จะขอพบเสียให้ได้แต่คุณวินก็ไม่ยอม ท่าทางเธอเป็นห่วงคุณชายชาณรบมากนะครับ คุณวินก็เรียนว่าคุณชายชาณรบสบายดีให้เธอกลับบ้านแต่เธอก็ไม่ยอมครับ ไม่ว่าใครจะพูดยังไงเธอก็ไม่ยอมกลับ ข้าวปลาอาหารก็ไม่ยอมไปทาน ผมกับคุณวินเลยนำอาหารและน้ำไปให้แต่เธอก็ไม่ทานอยู่ดี บอกแต่ว่าจะขอพบคุณชายชาณรบ แล้วแดดเมื่อวานก็แร๊งแรงนะครับ ไม่รู้ว่าเธอทนตากแดดอยู่ข้างนอกได้ยังไงตั้งนาน อดทนมากเลยครับ....
ชานนั่งกำมือแน่นไม่รู้ตัว จากภาพวงจรปิดโฮรอเขาตั้งแต่เที่ยงจนกระทั่งค่ำ ดูจากเทปยามเขาพูดถูกทุกอย่าง โฮเหงื่อออกมาก หน้าแดงเพราะไอร้อน ชานไม่เข้าใจว่าทำไมโฮถึงทำแบบนี้ ถ้าจะมาคืนมือถือทำไมไม่ฝากไว้ที่ยาม โฮรอเจอเขาเพื่ออะไร ทำไมนะ?! ทำไมต้องทรมานตัวเองด้วยการอดอาหารและนั่งตากแดดอยู่หลายชั่วโมงขนาดนั้น! ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้าง! ชานเบือนสายตามามองคนป่วยอีกครั้ง ภาพตัวเขาในอดีตที่นอนป่วยอยู่ที่บ้านมีโฮนอนเฝ้าอยู่ข้างเตียง ไม่ว่าเขาจะรู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะพบโฮเสมอ โฮคอยเช็ดตัว คอยทำอาหารให้เขา ภาพต่างๆระหว่างเขากับโฮค่อยๆฉายซ้อนเข้ามาในหัว เขาหาเรื่องให้โฮไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ทั้งตวาด ทั้งใช้กำลัง ทั้งบีบบังคับ ทำมอเตอร์ไซด์พัง แล้วที่โฮล้มป่วยอยู่นี่ก็เพราะเขาอีกนั่นแหละ เขาเป็นคนก่อเรื่องอีกแล้ว ทำไมนะ...ทั้งๆที่เขาร้ายใส่โฮก็หลายครั้งแต่โฮก็ยังดีกับเขา แล้วเขาเล่า...ดีกับโฮบ้างรึเปล่า ความรู้สึกบางอย่างกำลังบีบหัวใจเขาให้เจ็บปวด ไม่รู้ว่าทำไมแต่การที่เห็นโฮต้องนอนซมแบบนี้ทำเอาเขาทรมานไปด้วย
สายตาที่ชานมองคนป่วยอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว
“คุณชายชาณรบครับ ผมขอตรวจคนไข้หน่อยนะครับ” หมอประจำตระกูลเดินตามจักรเข้ามาในบ้านโฮ ทรุดตัวลงนั่งข้างผู้ป่วยอย่างรู้หน้าที่ คุณหมอปลุกโฮให้ตื่นเพื่อทำการตรวจวัดไข้
คนป่วยปรือตาขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่เห็นทำเอาเขาสะดุ้งนึกว่าฝัน เขาไม่นึกว่าจะเจอชานที่นี่ ที่บ้านเขา “นาย! เข้ามาได้ยังไง!!”
“ไม่ต้องพูดมาก ให้หมอตรวจก่อน” ชานบอก
โฮเบือนหน้ามาจึงพบคุณหมอที่เคยรักษาชาน และยังมีคนแปลกหน้าอีกหลายคน
..อ๊ะ...
โฮตาโต จู่ๆ ไอ่แว่นดำข้างบ้านเขามันเข้ามาในบ้านเขาได้ยังไงกัน
“โอ๊ะ!!!”
โฮอุทาน เพราะมัวแต่ตกใจกับสิ่งรอบตัว จึงไม่รู้ว่าคุณหมอจะฉีดยาให้เขา เจ็บชะมัด!
“เข็มเล็กนิดเดียวร้องซะเหมือนถูกยิง!” คำพูดของชานทำเอาตาเรียวตวัดไปมองอย่างโมโห พอโฮขยับปากจะเถียงแต่คุณหมอก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน
“มีไข้และอ่อนเพลียเท่านั้นไม่ได้หนักหนาอะไร ทานยาลดไข้แล้วก็นอนพักเยอะๆนะครับ วันนี้อย่างเพิ่งอาบน้ำแค่เช็ดตัวพอนะครับ” คุณหมอเหลือบตามองชานนิดนึง ก่อนจะหันมาบอกโฮต่อ “เอ่อ...แอร์...ค่อนข้างเย็น ปรับให้อุ่นหน่อยจะดีกว่านะครับ”
โฮตวัดตาไปมองคนเร่งแอร์ ที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อย่างหมั่นไส้ “ขอบคุณคุณหมอมากครับ”
“ตกลงนายเข้าบ้านเรามาได้ยังไง! พวกแว่นดำพวกนั้นเป็นใคร! ทำไมปล่อยให้เข้ามาได้” โฮถามทันทีที่ทุกคนออกจากห้องไป
“จะให้ตอบคำถามไหนก่อนล่ะ ถามเยอะขนาดนี้”
“อย่ามากวนนะ! ไม่งั้นเราจะแจ้งตำรวจจับ ข้อหาบุกรุก!!” โฮขู่กลับทั้งๆที่ตัวเองป่วยอยู่
ชานส่งโทรศัพท์ให้โฮ หน้าตาไม่สะทกสะท้านสักนิด แถมสายตาออกจะท้าทายด้วยซ้ำ“อ่ะ! กดเลย 191 แจ้งข้อหาหนักๆด้วยล่ะ”
โฮเม้มปากอย่างโมโหกับท่าทางกวนประสาทของชาน เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อสงบอารมณ์ “ไอ่พวกแว่นดำเป็นใคร!”
“คนของฉัน!”
โฮตาค้างเมื่อได้ยิน สมองนึกย้อนไปถึงคำพูดและเหตุการณ์ต่างๆ ของไอ่พวกนั้น ชานเป็นลูกนักการเมืองใหญ่ ถ้าชานส่งคนมาอยู่ข้างบ้านเขาแบบนี้ต้องมีแผนการอะไรแน่ๆ มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ “นายส่งเขามาทำไม? ส่งมาเก็บเราหรอ?”
ชานหัวเราะเบาๆในลำคอ บ้ารึเปล่า เขาไม่ได้คิดแบบนั้นเลย เขาแค่เป็นห่วง!
...เหวอ....
เขาเนี่ยนะ-ห่วง-
ไม่ใช่! ไม่ใช่หรอก!
เกิดมาไม่เคยเป็นห่วงใครซักหน่อย!
ก็แค่ตอบแทนความดีของโฮเท่านั้นแหละ!
ชานรีบไล่ความคิดตลกๆนี่ออกไปในทันที
เมื่อเห็นชานเงียบและทำท่าจะลุกออกจากห้อง โฮจึงพูดขึ้น “เดี่ยวสิ นายส่งพวกนั้นมาทำไม”
“เรื่องของฉัน!” ไม่รู้จะบอกยังไง ก็เลยตอบไปแบบนั้น
“แต่คนพวกนั้นอยู่ข้างบ้านเรานี่นา”
“นี่นายต้องถามคนทั้งซอยเลยมั้ย ว่ามาอยู่ซอยเดียวกับนายทำไม”
“...” ทำเอาโฮตอบไม่ถูกเลย
“นอนได้แล้ว! ถามมากน่ารำคาญ!” ชานตัดบท โฮเพิ่งฟื้นไข้ขึ้นมาหน่อย ก็ซักเขาเสียยิ่งกว่าเขาเป็นนักโทษเสียอีก หมอบอกให้นอนพักเยอะๆ โฮก็ควรจะทำอย่างนั้น จะได้หายไวๆ ขืนพูดมากแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่หายกันพอดี
“หรี่แอร์ด้วยสิ! เราหนาว!” ไม่ได้เรื่องนั้น โฮก็พาลไปเรื่องอื่น
“ไว้มีแรงก็ลุกมาทำเอง” ชานตอบหน้าตาย
โฮยิ่งโมโหที่โดนยอกย้อน นี่เขากำลังโดนล้างแค้นรึไงนะ โฮค่อยๆขยับตัวออกจากผ้าห่มเพื่อลุกไปหรี่แอร์ เขาไม่ง้อก็ได้!!
...หมับ...
ชานคว้าแขนโฮไว้ตามสัญชาติญาณ “ไปไหน!!”
“ไปหรี่แอร์อ่ะดิ” โฮสะบัดหน้ากลับมาตอบ
“ไม่เอา!! ฉันขี้ร้อน!!” ชานบอกอย่างเอาแต่ใจ ก็เขาต้องเฝ้าไข้โฮจะให้เขาอยู่ในห้องร้อนๆได้ยังไง
“แต่เราหนาว! แล้วนี่ก็บ้านเราด้วย ถ้านายอยู่ไม่ได้ก็กลับไป!” โฮพยายามดึงมือออกแต่ไม่สำเร็จ
“กลับน่ะกลับแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ นายกลับไปนอนเลยไป” ชานเชิดหน้าขึ้นตอบอย่างท้าทาย เริ่มจะโมโหที่โฮชอบขัดใจเขาทุกเรื่องเลย จะยอมกันบ้างไม่ได้รึยังไง
“ที่นี่ไม่ใช่บ้านนายนะ อย่ามาวางอำนาจแถวนี้!” โฮชักทนไม่ไหว บ้านเขาแท้ๆ แต่ไอ่บ้านี่กลับมาวางอำนาจ บงการทุกสิ่งอย่าง
ชานลากโฮกลับมาที่เตียงจนได้ “ทำไมนายถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ! บอกอะไรไม่เคยจะฟังเลย หมอบอกให้นอนเยอะๆไง”
“ก็มันหนาวอ่ะ” โฮสู้แรงชานไม่ได้จึงร้องประท้วง
“ก็ห่มผ้าสิ!” พูดจบชานก็เอาผ้านวมมาพันรอบตัวโฮ หนาวห่มผ้าก็หาย แต่ถ้าเขาร้อนจะทำยังไงให้หายร้อนเล่า!!
“โอ๊ย! ไอ่บ้า! คนนะไม่ใช่หนอน!!” โฮร้องโวยวาย แต่ชานหัวเราะลั่นกับผลงานตัวเอง แต่โฮยังไม่สิ้นฤทธ์ โฮพยายามขยับตัวจะออกจากผ้าห่มที่ห่อตัวเขา ชานพยายามดึงผ้าห่มให้ห่อตัวโฮตามเดิม โฮก็พยายามดิ้นให้หลุดอยากเอาชนะแต่ชานก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน
...หมับ...
ชานกอดโฮไว้ทั้งตัว หน้าหล่ออยู่ห่างใบหน้าหวานเพียงแค่ลมหายใจกั้น
โฮแน่นิ่งเหมือนโดนแช่แข็ง ผ้าห่มก็กั้นอย่างหมิ่นเหม่เป็นผลจากการดิ้นเมื่อครู่ โฮรู้สึกเหมือนโดนชานกอดเสียอย่างนั้น จากที่เมื่อครู่หนาวแต่ตอนนี้เขารู้สึกร้อนไปทั้งตัวเลย ชานเองก็ชะงักเช่นกัน สีแดงบนแก้มโฮทำเอาชานเริ่มใจเต้นกับการใกล้ชิดแบบไม่คาดคิด
ชานยืนมองคนในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกประหลาดอัดแน่นในอก ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดทำเอาเลือดในกายเขาสูบฉีดไปทั่วร่างจนเจ้าของร่างยังตกใจ ทั้งๆที่ควรจะผลักไสแต่ทำไมถึงกอดไม่ปล่อยอย่างนี้
คนนึงยืนนิ่งให้กอด อีกคนก็ยืนกอดแน่นไม่ยอมปล่อย
ตาเรียวบังเอิญสบเข้ากับตาโตก่อนที่ต่างฝ่ายจะหลบสายตากันและกัน ต่างฝ่ายต่างรู้สึกเก้อเขินไม่ต่างกัน ความรู้สึกหวิวไหวแผ่ซ่านในอกของทั้งคู่ ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่กว่าคนทั้งคู่จะเริ่มครองสติตัวเองได้
“ปล่อย!!” ความใกล้ชิดเกินปกติทำเอาโฮหัวใจเต้นแรง ความรู้สึกหวิวไหวแปลกๆที่เกิดขึ้นทำเอาโฮหมดแรง น้ำเสียงที่ควรจะกราดเกรี้ยวเช่นทุกทีกลับเบาเหมือนเสียงกระซิบมากกว่า
แปลกที่ชานกลับทำตามเสียงกระซิบของโฮอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มค่อยๆคลายแขนออกช้าๆแล้วลุกขึ้นด้วยท่าทางเก้งก้าง โฮก็ค่อยๆขยับตัวพลิกตะแคงนอนหันหลังให้ชาน ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่อีกครั้ง
“น...นอน...ซะ” ชานบอกโดยไม่มองโฮแล้วก็เดินออกจากห้องไปเงียบๆ ไม่กล้าอยู่ต่อเพราะกลัวตัวเอง กลัวความรู้สึกตัวเองขึ้นมาเฉยๆ กลัวว่าความรู้สึกนี้มันจะเป็น...ช่างเถอะ!! คงไม่ใช่
คนอย่างชาณรบ...ไม่มีหัวใจ!!
รักใครไม่เป็น!!
โฮนอนนิ่งอยู่อย่างนั้นแม้ชานจะออกจากห้องไปแล้วก็ตาม เขาไม่เข้าใจตัวเอง ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง ทั้งๆที่ควรจะเกลียดการกระทำบ้าๆเมื่อครู่ แต่ทำไมเขาถึงคล้อยตาม ร่างกายและหัวใจเขาทำงานผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว โฮยังคงไม่ขยับเขยื้อนไปไหน
นอนฟังเสียง..หัวใจตัวเอง
จน...เผลอหลับไป
.........
ร้านอาหารเล็กๆบรรยากาศดีๆแห่งนึงในโคราช
นิชคุณพาอูยองมาร่วมทานข้าวกับเพื่อนเขาจากกรุงเทพ นิชคุณนั่งข้างหญิงแนนและให้อูยองนั่งถัดจากเขาอีกที หญิงแนนแนะนำให้อูยองรู้จักกับทุกคนโดยเริ่มจากกิฟหญิงสาวอีกคนที่นั่งตรงข้ามเธอ ชายหนุ่มชื่อสองนั่งตรงข้ามนิชคุณและต้นหนุ่มคนสุดท้ายนั่งตรงข้ามอูยอง นิชคุณมองไปรอบๆร้าน แขกในร้านส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่นมากกว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ที่นี่เป็นร้านอาหารเล็กๆ ไม่ได้โฆษณาอะไรแต่เพราะคุณภาพอาหารที่ดี ดนตรีสดที่สนุกและบรรยากาศที่ผ่อนคลายของที่นี่ก็ทำให้มีการบอกเล่าปากต่อปากจนคนแน่นร้านเกือบทุกคืน ถ้าไม่จองล่วงหน้าก็อย่าวหวังว่าจะมีโต๊ะ แต่เจ้าของร้านรู้จักกับต้นเพื่อนในกลุ่มนิชคุณจึงทำให้พวกเขาได้โต๊ะที่ดีที่สุดของร้านมาง่ายๆ
“ไม่ยักรู้ว่าแกมีน้องชาย” เพื่อนชายชื่นต้นที่นั่งตรงข้ามอูยองเอ่ยขึ้น สายตามองอูยองอย่างเป็นมิตร หน้าตาซื่อๆ แววตามีรอยตื่นนิดหน่อยของอูยองก็ชวนให้นึกเอ็นดู
นิชคุณเลือกที่จะนิ่งแทนคำตอบ ช่วงเวลาที่อเมริกาเป็นช่วงเวลาที่เขาใช้ลืมเรื่องต่างๆที่เมืองไทย เรื่องที่ทำให้เขาเจ็บปวด และนั่นก็ทำให้เขาเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องที่เมืองไทยนัก จึงไม่แปลกที่เพื่อนๆจะไม่ค่อยรู้เรื่องราวของเขาที่นี่ อีกทั้งเขายังเป็นคนเงียบขรึมกับคนทั่วไป ก็ยิ่งทำให้ไม่มีใครกล้าซักถามอะไรเขามากมาย เขารู้สึกดีที่จะไม่พูดถึงหรือนึกถึงเรื่องที่เมืองไทย แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกไม่ค่อยดีปนรู้สึกผิดเสียด้วยสิ ที่ลืมเรื่องบางเรื่อง ลืมใครบางคนที่นี่
“ไม่เจอกันไม่นาน คุณดูดีกว่าเดิมอีกนะคะ หล่อขึ้นแบบนี้ไม่สงสารกิฟบ้างหรอคะ” เพื่อนสาวชื่อกิฟที่นั่งตรงข้ามหญิงแนนเปลี่ยนหัวข้อสนทนาพร้อมส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้นิชคุณ ด้วยว่าเธอหัวสมัยใหม่จึงไม่รู้สึกขัดเขินที่จะแสดงออกว่าชอบชายหนุ่ม แล้วอีกอย่างเพื่อนๆในกลุ่มก็รู้กันหมดแล้วว่าเธอชอบนิชคุณตั้งแต่เรียนโท ไม่มีอะไรที่ต้องปิดบัง ส่วนหญิงแนนที่แอบชอบนิชคุณนั้น เธอไม่แคร์เลยสักนิด เรื่องแบบนี้ใครดีใครได้! ตราบใดที่นิชคุณยังไม่แต่งงาน ผู้หญิงทุกคนก็มีสิทธิ์จีบทั้งนั้น!
นิชคุณยิ้มน้อยๆ แอบมองเด็กหนุ่มข้างกายที่ตวัดตามองเขาและกิฟแว่บนึง นิชคุณแอบกระหยิ่มในใจที่อูยองเริ่มมีปฎิกริยา นี่เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น ยังไงคืนนี้อูยองต้องบอกชอบเขาแน่ๆ! คอยดู!!
“ไอ่แทคหายหัวไปไหนวะ ไหนบอกว่าอยู่แถวนี้ ต้นโทรตามดิ๊” สองเอ่ยถามหาแทค
“เดี๋ยวมันก็มาไม่ต้องโทรหรอก ขอบใจหญิง” ประโยคหลังนิชคุณหันมาขอบคุณหญิงแนนที่ชงเหล้าส่งให้เขาอย่างรู้ใจ แทคโทรบอกเขาแล้วว่าอยู่กับเจ เสร็จแล้วจะตามมา
“เจ้าไม่ลองไวน์หน่อยหรือคะ ไวน์ร้านนี้ใช้ได้นะคะ” กิฟยกแก้วไวน์ขึ้นชูเชิงเชื้อเชิญให้นิชคุณ
หญิงแนนตวัดตามองพี่กิฟที่นั่งส่งตาหวานให้นิชคุณ เธอเองก็ดูออกว่าพี่กิฟจีบนิชคุณ แต่เธอเชื่อว่าเธอมีภาษีกว่า จึงโชว์ออฟเสียหน่อย “ไวน์ที่นี่รสดีไม่แพ้ไวน์ที่ไร่ของเจ้าเลยค่ะ”
“ไวน์ที่ไร่? แกมีไร่องุ่นด้วยหรอคุณ?” สองถามขึ้นอย่างตื่นเต้น ส่วนสาวกิฟนั้นหน้าม้านเล็กน้อย
“อืม” นิชคุณตอบสั้นๆ เขาไม่ค่อยบอกเล่าเรื่องราวที่เมืองไทยให้ใครฟังอยู่แล้ว
“ไว้กิฟขอไปเที่ยวชมหน่อยได้มั้ยคะ” สาวกิฟยังไม่เลิกจีบนิชคุณ
“แต่ฉันไม่ขอไปเที่ยวนะ ขอไปกินไวน์ฟรีนะคุณ” สองแซวไม่จริงจังนัก เขาชินแล้วที่ผู้หญิงหลายคนพากันจีบนิชคุณ ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งนิ่งขรึม แบบที่สาวๆบอกว่าน่าค้นหาและท้าทาย แต่สำหรับผู้ชายด้วยกันก็ดูน่าหมั่นไส้ไม่น้อย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นิชคุณไม่ค่อยมีเพื่อนมากนักที่โน่น แต่พวกเขาเข้าใจดีว่านิชคุณไม่ได้เป็นอย่างนั้น ถ้าได้คบหาด้วยจะรู้ว่าเป็นเพื่อนที่ดีคนนึงเลย
“ไม่ต้น! อูยองไม่ดื่ม” นิชคุณหันมาบอกต้น
“แค่ไวน์เองคุณ ฉันไม่ได้ชงเหล้าให้ แล้วนี่ไม่ถามเจ้าตัวหน่อยหรอว่าอยากดื่มเปล่า แกนี่เผด็จการว่ะ” ต้นแซว
“ขอโค้กแก้วนะครับ จะไปที่ไร่เมื่อไหร่ก็บอกแล้วกันนะ ตามสบาย” นิชคุณหันไปสั่งบริกรโดยไม่ตอบคำถามต้น และจงใจเปลี่ยนประเด็น กิฟดูจะตื่นเต้นกับเรื่องไปเที่ยวไร่องุ่นของนิชคุณมากกว่าใคร นัดแนะเสร็จสรรพว่าจะไปที่ไร่วันไหน
หญิงสาว 2 คนต่างแย่งกันชวนเขาคุยและตักอาหารให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ บางครั้งหญิงแนนที่นั่งข้างๆเขาก็หัวเราะเอียงหน้ามาซบไหล่เขาอย่างเนียนๆอีกด้วย อูยองแม้จะเงียบแต่เขาเห็นว่าอูยองแอบตวัดสายตามามองทางเขาบ่อยๆ คงไม่ค่อยพอใจสินะ นิชคุณแอบยิ้มพอใจ
“อร่อยหรออูยอง สั่งเพิ่มมั้ย” ต้นถามขึ้นเมื่อเห็นอูยองเจริญอาหาร อาจจะเพราะอูยองไม่ดื่มก็เป็นได้ ส่วนคนอื่นนั้นเน้นดื่ม อาหารเป็นเพียงกับแกล้มเท่านั้น

นิชคุณหยุดสนใจทุกคนแล้วหันขวับมาหาอูยองกับต้น เขาสังเกตุเห็นว่าต้นลอบมองอูยองบ่อยๆ ยอมรับเลยว่าเขาระแวงและไม่ไว้ใจ ถ้าเป็นคนอื่นเขาจะไม่อะไรเลย แต่ต้นเป็นเกย์จะไม่ให้เขาระแวงได้ยังไง เมื่อนิชคุณหันมาสนใจอูยองก็พลอยทำให้สาวๆที่กำลังชวนนิชคุณคุยต้องหยุดฟังอูยองกับต้นเช่นกัน
“ไม่ต้องฮะ ผมอิ่มพอดี” อูยองรีบปฎิเสธ ที่เขาเอาแต่กินก็เพราะเขาไม่รู้จะคุยอะไรกับพวกพี่ๆนี่นา แล้วเขาก็ไม่อยากเงยหน้าขึ้นเห็นภาพว่าพี่ผู้หญิงต่างพากันจีบนิชคุณด้วย
“ทำไมถึงชื่ออูยองล่ะ นี่ไม่ใช่ชื่อไทยใช่มั้ยจ๊ะ” กิฟชวนคุยเช่นกัน
“ผมเป็นคนเกาหลีฮะ เกิดที่โน่นแต่มาโตที่นี่”
“ว๊าวว หนุ่มเกาหลี นี่อูยองเรียนที่ไหนเนี่ย อยู่ที่โรงเรียนป๊อปเลยสิ” กิฟพยายามสร้างความสนิทสนมกับอูยอง
“พี่กิฟไม่รู้อะไร อูยองดูเด็กแบบนี้แต่เรียนมหาลัยแล้วนะ รุ่นน้องที่คณะแนนเองค่ะ ใช่มั้ยอูยอง” หญิงแนนถือโอกาสโชว์พาวอีกสักรอบโดยการอวดอ้างว่ารู้ทุกอย่าง รู้จักนิชคุณมากกว่าพี่กิฟ แถมยังเบียดตัวเข้าหานิชคุณเพื่อยื่นหน้าเข้ามาคุยกับอูยองอีก
อูยองเหลือบมองมือเล็กของพี่แนนที่เกาะแขนนิชคุณ รวมถึงใบหน้าหวานที่อยู่แถวต้นแขนนิชคุณนิดนึง ก่อนจะตอบตรงๆ “ผมเรียนปี 1 มหาลัยอินเตอร์ของโคราชฮะ แล้วผมก็ไม่ป๊อป ไม่ดัง ไม่มีใครรู้จักเลยฮะ”
คำตอบของอูยองทำเอาหลายคนอมยิ้ม ต้นถูกชะตากับความเป็นคนตรงๆของอูยอง
“คุณคะ นักร้องเขาให้ลูกค้าขึ้นไปร้องเพลงได้ คุณขึ้นไปร้องเพลงสิ กิฟอยากฟังเสียงคุณ” กิฟเปลี่ยนเรื่องเพื่อดึงตัวนิชคุณให้ออกห่างแนน แต่นิชคุณก็เสียงดีจริงๆนั่นแหละ จำได้ว่าเคยไปกินเหล้าด้วยกันแล้วนิชคุณเมาขึ้นไปร้องเพลง เสียงเพราะทีเดียว
“งั้นร้องด้วยกันสักเพลงนะกิฟ ไม่ได้ร้องด้วยกันนานแล้ว” นิชคุณจงใจบอกอย่างนั้น เขาตั้งใจจะสวีทร้องเพลงคู่กับกิฟให้อูยองหึงเสียหน่อย จะร้องเพลงรักให้หวานจนอูยองหึงควันออกหูเลยทีเดียว แล้วก็นึกสนุกอยากจะอวดเสียงร้องให้อูยองฟังจึงพยักหน้าตกลง
กิฟยิ้มเอียงอายแต่ก็ตอบรับคำเชิญอย่างยินดี และไม่ลืมปรายตาไปมองแนนอย่างผู้ชนะ ส่วนแนนได้แต่เม้มปากแน่นอย่างเก็บซ่อนอารมณ์
อูยองมองนิชคุณอย่างไม่อยากเชื่อว่านิชคุณเนี่ยนะร้องเพลงได้ เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย นิชคุณเดินขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีของร้าน กิฟเดินตามไปนั่งข้างๆอย่างเต็มใจ อูยองมองภาพคนทั้งคู่นั่งเลือกเพลงอย่างสนิทสนมด้วยสายตาเศร้าๆ
“เบื่อรึเปล่าอูยอง” ต้นยื่นหน้ามาถามอย่างเป็นห่วง เขารู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้ เห็นนั่งหน้าจ๋อยก็นึกสงสาร
อูยองส่ายหน้าก่อนจะถามกลับ “จ..เจ้าร้องเพลงเป็นด้วยหรอฮะ”
“เป็นสิ เสียงดีด้วย ปกติมันไม่ค่อยยอมร้องหรอกนะ บอกกลัวสาวหลง แม่ม...หล่อเล่นตัว” ต้นบอกยิ้มๆ ก่อนจะชวนคุยต่อ “แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ยอมร้องง่ายๆ แปลก!! ทุกทีไม่เมาไม่ร้องหรอก แล้วอูยองชอบร้องเพลงมั้ย”
อูยองนิ่งคิด มิน่า...เขาถึงไม่เคยได้ยินนิชคุณร้องเพลงเลย “ร้องเล่นๆก็ได้ฮะ แต่ให้ขึ้นเวทีแบบนี้ไม่ไหว ผมร้องเพี้ยนมาก”
“เดี๋ยวขึ้นไปร้องต่อจากคู่นี้นะ”
“ไม่เอาฮะ!” อูยองปฎิเสธเสียงหลง ยกมือขึ้นโบกพร้อมส่ายหน้าเป็นพัลวัน
บังเอิญเหลือเกินที่นักดนตรีหยุดเพื่อขึ้นเพลงใหม่ให้นิชคุณ เสียงอูยองจึงดังขึ้นเรียกความสนใจจากทั้งร้านในทันที อูยองเองก็พอจะรู้ ตาเรียวมองไปที่นิชคุณทันทีก็พบสายตาดุจ้องมองมา นิชคุณขยับตัวจะลงจากเวที บอกตรงๆว่าหวง เขาไม่ชอบที่จะเห็นอูยองคุยสนิทกับต้นเท่าไหร่นัก แต่แล้วนักดนตรีก็บรรเลงเพลงเสียก่อน กิฟคว้าแขนเขาไว้เช่นกันทำให้เขาถอนตัวไม่ได้
“ไปเป็นไร ร้านนี้ของเพื่อนพี่เองไม่ต้องอาย สนุกๆ” ต้นยังชวนด้วยรอยยิ้ม นึกสนุกที่ได้แหย่อูยอง
เพลง Way back into love ถูกขับร้องด้วยคนเสียงดี 2 คน ทำให้บทเพลงรักนั้นน่าฟังมากขึ้น ยิ่งเมื่อนิชคุณหันมายิ้มสบตากับกิฟยิ่งทำให้เพลงหวานนั้นหวานขึ้นไปอีก เสียงทุ้มของนิชคุณสะกดทุกคนในร้านให้ฟัง ท่วงท่าที่ดูสบายและใบหน้าที่หล่อเหลายิ่งทำให้นิชคุณดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้น อูยองเองยังมองอย่างเคลิบเคลิ้มเลย ดีที่พี่ต้นยื่นหน้ามาชวนคุยเรียกสติเขาให้กลับมา พี่ต้นชี้ชวนให้เขามองสาวๆในร้านที่ต่างมองนิชคุณด้วยสายตาฝันๆ ไม่ใช่คำพูดเกินความจริงเลยที่นิชคุณจะบอกว่ากลัวสาวหลง!
นิชคุณต้องสะกดกลั้นอารมณ์แทบแย่ที่เห็นต้นยื่นหน้ายื่นตามาคุยกับอูยอง มันจะคุยอะไรกันนักหนาวะ เขาอยากจะวางไมค์แล้วพุ่งกลับโต๊ะแทบแย่ นี่เพื่อนรักเขาไปไหนถ้าอยู่จะให้เป็นไม้กันหมาให้หน่อย ตาคมอดที่จะแลเลยไปทางอูยองอีกทีไม่ได้ แต่พอเห็นตาเรียวมองมือกิฟที่เกาะแขนเขาเท่านั้นแหละ ชายหนุ่มก็เปลี่ยนใจแล้วกัดฟันร้องเพลงต่อให้จบ
อูยองทนดูภาพบนเวทีได้ไม่นานก็ถึงขั้นเมินหนี ยอมรับว่าหึง เขาไม่ชอบเห็นผู้หญิงเกาะเกี่ยวแขนนิชคุณ ไม่ชอบเห็นนิชคุณยิ้มหวานใกล้ชิดกับใคร เด็กหนุ่มหันหน้าไปมองด้านข้างแทน ก็พบว่าภายใต้ใบหน้าเรียบของพี่แนนแต่สายตาแข็งกร้าวบ่งบอกว่าไม่ค่อยพอใจ เขาก็รู้สึกไม่ต่างอะไรกับพี่แนนหรอก อูยองก้มหน้าคว้าแก้วน้ำขึ้นดื่ม แต่เพราะไม่ทันระวังมือเล็กคว้าแก้วเหล้าของนิชคุณแทนแก้วน้ำโค้กของตัวเอง กว่าจะรู้ตัวเหล้าอึกใหญ่ก็ไหลลงคอแล้ว เล่นเอาสำลักเลยทีเดียว
...แค่ก....แค่ก....
ต้นหัวเราะพลางลุกมาลูบหลังให้อูยอง “ไง หยิบแก้วผิดล่ะสิ ฮ่าๆๆ”
ต้นกับอูยองไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเป็นสาเหตุทำให้นักร้องชายที่ร้องดีมาตั้งแต่ต้นเพลงถึงกับร้องค่อมจังหวะ
โชคดีที่เป็นท่อนสุดท้ายแล้ว นิชคุณมองภาพต้นลูบหลังอูยองอย่างโมโห อูยองคว้าผ้าเช็ดปากที่วางข้างๆแต่ดันคว้าผิดไปโดนถ้วยแกงหกใส่จนได้ ต้นเลยต้องหยิบผ้าเช็ดปากแล้วส่งให้ถึงมือ อูยองก็รับมาแบบไม่ระวังตัวมือสัมผัสกันจนได้ แล้วไอ่ต้นก็ยังยืนลูบหลังไม่ยอมไปไหน จะช่วยอะไรนักหนาวะ แล้วจะก้มหน้าลงไปพูดใกล้ๆทำไม่เนี่ย อูยองไม่ได้หูตึงนี่นา แล้วนั่นต้นจะพาอูยองไปไหนกัน
นิชคุณกล่าวขอบคุณอย่างเร่งรีบแล้วรีบก้าวลงจากเวทีทันทีที่ดนตรีจบ ชายหนุ่มก้าวเท้าไปตามทางที่เห็นต้นกับอูยองหายเข้ามา จุดหมายปลายทางคือห้องน้ำ นิชคุณส่งเสียงเรียกก่อนที่ตัวจะไปถึงเสียอีก
“อูยอง!!”
เสียงเรียกของนิชคุณทำให้ต้นกับอูยองที่ยืนอยู่กลางห้องน้ำหยุดชะงัก มือเล็กที่กำลังจะปลดกระดุมเสื้อชะงักค้าง ตาเรียวเบิกกว้างเมื่อเห็นนิชคุณที่นี่ นิชคุณมองกราดสำรวจอูยองตั้งแต่หัวจรดเท้าพบว่ามีเพียงกระดุมที่ถูกปลดไปแค่เม็ดเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มเดินมายืนแทรกกลางระหว่างต้นกับอูยอง มือขาวของนิชคุณเอื้อมมาโอบไหล่อูยองไว้หลวมๆ ตาคมมองจ้องมาที่ต้นอย่างดุๆ
“ฉันพาอูยองมาห้องน้ำ มาเช็ดเสื้อน่ะ” อะไรบางอย่างในตานิชคุณทำให้ต้นต้องรีบออกตัว
“ขอบใจนะต้น เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง” พูดจบนิชคุณก็จูงแขนอูยองออกจากห้องน้ำด้วยใบหน้าเครียด
ต้นสะอึก รู้สึกเหมือนโดนตำหนิมากกว่าขอบใจอย่างที่นิชคุณพูด
“เจ้าฮะ ผมจะซักเสื้อ”
“ตามมา!” นิชคุณพยายามกดเสียงต่ำ ไม่อยากดุอูยองต่อหน้าต้น มือใหญ่กำข้อมืออูยองแน่นเป็นเชิงเตือนให้เชื่อฟัง
“คุณ ให้อูยองซักเสื้อก่อนเถอะ” ต้นคว้าไหล่นิชคุณไว้ จริงๆเขาก็ไม่อยากยุ่งเรื่องของพี่น้องแต่พอเห็นนิชคุณดุอูยองแบบนี้แล้วเขาก็อดจะยุ่งไม่ได้
นิชคุณมองมือต้นด้วยสายตาดุ “ต้น นายอย่ายุ่งดีกว่า”
ต้นยืนมองอูยองสลับกับนิชคุณ ใช่...เขารู้ว่าเขาไม่เกี่ยว ไม่เกี่ยวเลยสักนิด
“ไม่มีอะไรหรอกฮะพี่ต้น” อูยองบอกเพื่อให้ต้นสบายใจ แต่หารู้ไม่ว่าการเรียกชื่อต้นอย่างสนิทสนมนั่นทำให้นิชคุณโมโหขนาดไหน
“มานี่!!” นิชคุณลากอูยองออกมาจากห้องน้ำทันที โมโหจนคิดว่าหากยืนอยู่ตรงนั้นต่อไปเขาอาจจะทำอะไรแย่ๆก็ได้
อูยองเองก็รู้สึกว่านิชคุณท่าทางหงุดหงิด เขาควรจะเงียบชั่วคราวแล้วเดินตามนิชคุณมาดีๆ นิชคุณหยุดเมื่อมาถึงที่จอดรถ “เพิ่งรู้จักไอ่ต้นแท้ๆ สนิทกันถึงขนาดจับไม้จับมือ คนเต็มร้านไม่อายคนเขารึไง!” นิชคุณอยากจะบอกด้วยซ้ำว่าเพื่อนเขาเป็นเกย์แต่เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อน เขาไม่ควรพูด
“...” อูยองเหวอ เขาไปจับมือพี่ต้นตอนไหนกัน
“อยู่ห่างๆต้นไว้ เข้าใจมั้ย!”
“ทำไมต้องเป็นพี่ต้นด้วยฮะ” ถามเพราะไม่รู้จริงๆ
“ทำไม! อยากสนิทกับมันมากนักหรอ!!” ฟังแล้วควันออกหู! ก็เขาหวงอ่ะ! ชายหนุ่มขยับตัวเข้าใกล้
“ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมต้องเป็นพี่ต้น ทำไมไม่เป็นคนอื่นล่ะฮะ” อาจจะเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลที่ดื่มเข้าไปเลยทำให้อูยองดูจะกล้าขึ้น
“กับใครก็ห้าม ห้ามหมด อยู่ให้ห่างทุกคน! ! ห้ามสนิทสนมกับคนอื่น ห้ามหัวเราะกับคนอื่น ห้ามถึงเนื้อถึงตัวกับคนอื่น โดยเฉพาะไอ่ต้น!!” นิชคุณชักจะเอาแต่ใจ หึงขึ้นหน้า! ใครไม่เป็นเขาไม่รู้หรอก ตอนที่เห็นอูยองยืนปลดกระดุมเสื้อต่อหน้าไอ่ต้นเมื่อกี๊ในห้องน้ำ เขาไม่ต่อยหน้าเพื่อนก็ดีแค่ไหนแล้ว!
“ถ้างั้นแล้วเจ้าพาผมมาที่นี่ทำไมฮะ ให้ผมอยู่พันดาวซะก็สิ้นเรื่อง” ทั้งๆที่เขาไม่ได้อยากมาด้วยเลย แต่นิชคุณนั่นแหละบังคับให้เขามาด้วย
“นี่!!” นิชคุณถึงกับเถียงไม่ออก ทั้งๆที่เขาหวง ห่วง อยากพาอูยองมาด้วยจะได้รู้จักเพื่อนเขา สังคมของเขา แต่เจ้าตัวไม่อยากมาสักนิด น่าน้อยใจจริงๆ!
“แล้วเพื่อนเจ้าเป็นคนไม่ดีกันหมดเลยรึยังไงฮะ ผมถึงต้องห้ามสนิทด้วย” ไม่รู้ว่าเพราะเหล้าอึกใหญ่ที่เผลอดื่มเข้าไปรึเปล่า ทำให้อูยองกล้าต่อปากต่อคำได้ขนาดนี้
“...” คราวนี้นิชคุณไม่รู้จะตอบยังไงดีแล้ว
“แล้วถ้าเพื่อนเจ้าเป็นคนไม่ดี เจ้าคบด้วยทำไมฮะ”
“...” นิชคุณโดนอูยองต้อนจนมุม
“แล้วทุกคนของเจ้า รวมพี่แทคด้วยรึเปล่าฮะ”
“ฉันบอกยังไงก็ทำตามนั้นแหละ ไม่ต้องถามให้มาก ห้ามก็คือห้าม!” นิชคุณบอกปัดไปอย่างหัวเสีย เพราะไม่รู้จะตอบอูยองยังไงดี
อูยองชักโมโหขึ้นมาจริงๆที่นิชคุณสั่งห้ามเขามากมาย ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย “แทนที่เจ้าจะปล่อยให้ผมเช็ดเสื้อในห้องน้ำกับพี่ต้น แต่เจ้ากลับ....”
“บอกว่าอย่ายุ่งกับไอ่ต้นไง!” นิชคุณสวนกลับทันที
“ทำไมจะยุ่งไม่ได้!” อูยองก็สวนกลับทันทีเช่นกัน ไม่มีใครยอมใครเลย
“ก็ฉันห้าม!” นิชคุณเริ่มเสียงดัง เขาชักจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่ไหวเสียแล้ว คำตอบของอูยองชวนโมโหทั้งนั้น ให้มันได้อย่างนี้สิ!
“แล้วห้ามทำไมฮะ!”
“ก็ฉันไม่ชอบ!”
“ทำไมไม่ชอบ!”
“ก็มันหึงอ่ะ!”
“แล้วหึงทำไมล่ะ!”
“ก็รักอ่ะดิ!! ไม่รักจะหึงมั้ย!!” ตะโกนซะลั่น เหมือนคนตรงหน้าถามอะไรที่ไม่ควรจะถาม!

“...”
“...” เชทททททททททททททททททททททททททททททททท
“...” O_O!!!! วอท!?!
“...” ไอ่คุณ!!!! เมิงพูดอะไรออกไปวะ!!
“...” คัม อะเกน! !!!
TBC
*********************************************************
HusWife & The Gang Talk
อ๊าาาาาาาา ชอบน้องหน้าเหวอๆ น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก โมเอ้ที่สุดในโลกหล้า ไม่งั้นอิเจ้าไม่หึงสุดพลังหรอกนะ ไม่รู้ยังไงเค้าชอบผู้ชายขี้หึงงงงงงงงง อร๊ายยยยยย อ่อ...จะบอกว่าที่เจ้าแถแถ่ดๆมาตลอด เพื่อตอนนี้แหละค่ะ เค้าอยากให้เจ้ามันแบบ...ขุดหลุมล่อด้งแต่สุดท้ายตกหลุมตัวเองนั่นแหละ เหอๆ (ยังสติลทำร้ายเมนตัวเอง) // คู่ชานโฮเริ่ม อิ๊งอ๊าง กันแล้วน๊าาาาาาาาาา ต่างคนก็ต่างมีใจแต่ไม่เคยแสดงออกแบบหวานๆ จะทำยังไงกันดี // แทคบอมรอตอนหน้านะคะ เด๋วจะพามาส่ง คือมีหลายคู่เลยแบ่งซีนกันลำบากอ่ะ
ขอบคุณคนอ่านทุกคนนะค๊าาาาา ที่ยังติดตามแม้เค้าจะอัพช้า ขอบคุณคอมเม้นท์ด้วยค่ะ Have a Khunday คร้าาาาา