[Fic] All for you : 11

posted on 25 Jan 2014 21:40 by have-a-khunday in FanFiction

Fan Fiction (BOY LOVE)

Title : All for you

Paring : Khun x Woo

Type : Romantic Comedy

Beta Reader : Madam P

Rate : PG 13

 


Warning   ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ชายรักชาย หากรับไม่ได้กรุณปิดหน้าต่างไปได้เลยค่ะ  และเป็นฟิคที่แต่งจากจินตนาการ มิใช่เรื่องจริง อาจมีชื่อตัวละครพ้อง/เหมือนกับศิลปินคนหนึ่งคนใด แต่มิได้มีเจตนาทำร้าย หรือสร้างความเสียหายให้แก่ศิลปินแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
 
 
 
 
 
Chapter 11
 
 
 
 
 

กรมยุทธ์ ลานฝึกหลักสูตรเบื้องต้น

 

 

พลเรือนเกือบ 20 ชีวิตที่มาฝึกหลักสูตรนี้กำลังนั่งรับประทานอาหารเที่ยงกัน นั่นรวมถึงอูยองด้วย ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเขาฝึกการผูกเงื่อน แก้ปม อ่านสัญลักษณ์มือ รู้จักอาวุธ ส่วนวันนี้เป็นการฝึกการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยมีผู้กองแจบอมเป็นครูฝึก การฝึกที่นี่ผ่านไปด้วยดี อูยองเข้ารับการฝึกในตอนเช้าและร่วมทานอาหารกลางวันกับเพื่อนทุกคน หลังจากนั้นเขาก็ปั่นจักรยานไปหน่วยแพทย์ไปช่วยงานแล้วตอนเย็นก็ปั่นจักรยานกลับบ้านพักผู้พันเพื่อช่วยชานซองทำอาหาร

 

ชานซองมานอนค้างที่บ้านพักหลังเล็กตามที่นี่นิชคุณสั่งไว้ พอนึกถึงนิชคุณแล้วอูยองก็โมโห ไหนบอกว่าจะกลับวันอังคาร! นี่มันวันพฤหัสเข้าไปแล้ว ยังไม่กลับเลย ไม่ส่งข่าวด้วยว่าจะกลับเมื่อไหร่ ยังมีชีวิตอยู่มั้ยก็ไม่รู้!  ไหนนิชคุณบอกว่าจะรีบกลับไง แล้วหายหัวไปไหนเนี่ย!

 

“ทำไมมึงถึงมาฝึกหลักสูตรนี้วะ” เสียงใครคนนึงดังขึ้นจากโต๊ะอาหารด้านหลัง ทำเอาอูยองหลุดจากภวังค์

 

“กูมาเพราะชื่นชมในตัวผู้พันนิกคุน” ควอนตอบเสียงจริงจัง

 

“เออ กูก็ด้วย ผู้พันอย่างเท่ห์อ่ะ กูได้ยินว่าหลักสูตรนี้ผู้พันเป็นคนจัด กูหวังว่าผู้พันจะมาสอนบ้าง เพราะกูไม่เก่ง เป็นทหารไม่ได้หรอก ไม่ต้องพูดถึงหน่วยรบเลย” เสียงคนอีกคนนึงพูด

 

เสียงใครหลายคนต่างพูดชื่นชมนิชคุณกันทั้งนั้น อูยองก็ยอมรับในบางเรื่องแต่เขาอยากจะบอกว่าตัวจริงนิชคุณไม่ได้เท่ห์ขนาดนั้น ไม่ได้เทพบุตรเสียหน่อย บ้าอำนาจอย่างกับฮิตเลอร์สิงร่าง เกรียนก็ที่หนึ่ง เขาสรรเสริญเป็นเดือนก็ไม่หมด!

 

“กูโชคดีที่ได้ออกค่ายอาสากับผู้พัน ผู้กองและครูฝึกที่นี่บ่อยๆ ผู้พันเป็นคนดีจริงๆว่ะ พูดเลย” ควอนบอกอย่างชื่นชม

 

คราวนี้พลเรือนหลายคนก็รุมล้อมควอน เสียงแต่ละคนแย่งกันถามควอนกันใหญ่ว่านิชคุณเป็นไงบ้าง ต่างพากันอิจฉาควอนที่ได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับนิชคุณ อูยองเบือนหน้าไปมองควอนที่นั่งโดดเด่นอยู่กลางวงเล่าถึงเรื่องที่เขาสนิทกับนิชคุณแล้วหมั่นไส้ เลยกระซิบถามชานซอง “ชาน มึงไม่บอกพวกแม่งล่ะ ว่ามึงพักอยู่บ้านเดียวกับผู้พันมาหลายปี ปล่อยให้ไอ่ตาจิกโม้อยู่ได้ น่ารำคาญ!”

 

“ปล่อยมันไปเหอะ ขัดคอมันเดี๋ยวก็ทะเลาะกันพอดี กูไม่อยากมีเรื่องเพราะผู้พันไม่ชอบ ผู้พันให้กูมาฝึกก็ดีแค่ไหนแล้วกูทำให้ผู้พันเสียชื่อหรือไม่พอใจไม่ได้หรอก” ชานซองบอก 

 

“โห...พระเอกตัวจริง! ถามจริง...ถ้าเป็นกู มึงจะทำเพื่อกูมั้ยวะ” อูยองถามไปอย่างนั้น จริงๆเขาออกจะชื่นชมนิสัยด้านนี้ของชานซอง ชานซองเป็นคนประเภทที่รักใครแล้วรักจริง

 

“มึงยังจะถามอีกหรอทั้งๆที่กูนั่งอยู่กับมึงเนี่ย”

 

จะด้วยสีผม นิสัยและท่าทางเชิดๆของเขาหรืออะไรก็แล้วแต่ เด็กหนุ่มมักตกเป็นจุดเด่นเสมอ เขามีทั้งคนรักและคนเกลียด แต่เหมือนคนไม่ชอบขี้หน้าและหมั่นไส้จะเยอะกว่าคนที่ชอบ เขามาฝึกที่นี่วันแรกชานซองก็คอยอยู่ข้างๆ เพื่อนหลายคนมองเขาแต่ก็ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้ามาคุยด้วย แต่คนอย่างเขามีหรือจะแคร์ เขาพร้อมจะเชิดใส่ทุกสิ่งอย่าง และไม่เห็นใครในสายตา ชานซองที่คอยอยู่กับเขาเลยพลอยไม่มีเพื่อนไปด้วย เขาเคยได้ยินคนแอบถามชานซองให้ไปรวมกลุ่มกับพวกนั้นแต่ชานซองก็ปฎิเสธ คนพวกนั้นบอกว่าท่าทางเขาหยิ่งไม่น่าคบ แต่ชานซองก็ไม่สนใจแถมบอกว่าเขาเป็นคนดี น้ำใจของชานซองนั้นทำให้เขานับถือ!

 

“ขอบใจนะเว้ย” อูยองเอื้อมมือไปบีบไหล่ชานซองพร้อมยิ้มให้

 

“เออ....กูอยากรู้ว่าเมื่อไหร่พวกเราจะได้จับปืนวะ ควอน มึงสนิทกับครูฝึกใช่มั้ย ถามให้หน่อยสิวะ” เสียงใครคนนึงเอ่ยชื่อควอน

 

ควอนยิ้มบางๆคล้ายยอมรับ ก่อนจะยกมือขึ้น “ผู้กองครับ”

 

“มีอะไร” แทคยอนเดินเข้ามาหากลุ่มควอน

 

“พวกเราจะได้เริ่มเรียนยิงปืนเมื่อไหร่ครับ”

 

“ก็น่าจะสัปดาห์หน้านะ ถ้าจำไม่ผิด” สิ้นคำแทคยอน เสียงเฮดีใจก็ดังขึ้น

 

“แล้ว...เอ่อ...ผู้พัน....นิกคุนจะมาสอนพวกเราบ้างมั้ยครับ” ควอนถามต่อ

 

“ไม่รู้สิ มึงเจอผู้พันก็ลองถามดูเองแล้วกัน” แทคยอนบอกแล้วเดินจากไป

 

“โหหหห มึง เจ๋งว่ะ ถามถึงผู้พันอย่างสนิทอ่ะ” เพื่อนคนนึงเอาไหล่กะแทกไหล่ควอนเบาๆคล้ายหยอกเย้า

 

ควอนยืดอกนิดๆอวดเพื่อนว่าตัวเองค่อนข้างสนิทกับผู้พันและผู้กองหนุ่ม “คงอีกสักพักว่ะ เพราะตอนนี้ผู้พันอยู่ปูซาน”

 

อูยองหันหน้ามามองควอนด้วยความตกใจ พร้อมกับที่ควอนตวัดตามองมาทางอูยอง ตาจิกหรี่เพ่งพินิจไปที่ตาเรียว

 

“มึงไม่รู้หรอว่าผู้พันนิกคุนไปปูซาน” ควอนถามเพื่อนแต่สายตาจ้องมาทางอูยองรอยยิ้มแฝงความนัยที่คงมีแค่อูยองแปลออก

 

“ไม่มีใครเขารู้หรอก มึงนี่..รู้เรื่องวงในตลอดเลย กูเชื่อแล้วว่ามึงอ่ะสนิทกับผู้พันจริงๆ” เสียงใครคนนึงชื่นชมควอน

 

อูยองเปลี่ยนจากสีหน้าตกใจเป็นขมวดคิ้วยุ่งด้วยความไม่พอใจ จะไม่ให้โกรธได้ไง! ขนาดควอนยังรู้เลยว่านิชคุณไปไหน มีแต่เขาเท่านั้นที่ไม่รู้! ทำไมนิชคุณไม่คิดจะบอกเขาสักคำ อยู่ด้วยกันแท้ๆ! อูยองเบือนหน้ากลับไปมองควอนอย่างไม่พอใจ แต่ก็พบสายตาเยาะเย้ย เด็กหนุ่มผมทองเม้มปากแน่นก่อนจะสะบัดหน้ากลับ นึกโทษนิชคุณตัวการที่ทำให้เขาโดนควอนถากถาง!

 

“กูก็...สนิทแค่กับผู้พันเท่านั้นแหละ ก็เลยรู้อะไรอะไรมากกว่าคนอื่น” ควอนหันมาสบตาอูยองเมื่อพูดว่าคนอื่น เมื่อเห็นอูยองเถียงไม่ออกควอนก็ยิ่งสะใจ เด็กผู้พันก็เด็กผู้พันเหอะ สู้เขาไม่ได้หรอก!

 

อูยองกำมือแน่น ก่อนจะตะโกนกลับไป “คิดว่ารู้อยู่คนเดียวรึไง คนอื่นก็รู้เขาแค่เขาไม่พูดเท่านั้นแหละ”

 

“หรอออออออ แล้วทำไมเมื่อกี๊ทำหน้าตกใจตอนที่รู้ว่าผู้พันอยู่ปูซานล่ะ”

 

“กู....ก็แค่ตกใจที่....ไม่มีใครรู้ต่างหากเล่า” อูยองแถดำน้ำไปเรื่อย

 

เพื่อนควอนอีกคนนึงพูดขึ้นอย่างไม่พอใจที่อูยองว่าเพื่อนตน บุคลิกอูยองก็ไม่เป็นมิตรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว “ควอนเขาสนิทกับพวกครูฝึกใครๆก็รู้ แต่มึงเป็นใครวะ อย่ามาโม้หน่อยเลย”

 

แค่คำพูดเปรียบเทียบระหว่างเขากับควอนก็ทำเอาอูยองโกรธตัวสั่นแล้ว นี่ยังเหมือนเขาโดนรุมอีกต่างหาก ตาเรียวตวัดมองไอ่ตาจิก ก็พบว่าอีกฝ่ายเชิดหน้ามองเขาอย่างท้าทายเพราะถือไพ่เหนือเก่า ”กูเป็นใครควอนคงจะบอกได้”

 

ผู้เข้ารับการฝึกต่างมองไปที่ควอนและรอฟังคำตอบ

 

ควอนทำท่ายักไหล่พร้อมเงียบแทนคำตอบว่า...ไม่รู้จัก

 

อูยองควันออกหู ยิ่งเห็นควอนรอยหน้าเยาะเย้ยยิ่งฉุนขาดเลยลุกขึ้นยืนประกาศกร้าว “ทุกคนฟังให้ดี!”

 

ชานซองเห็นท่าไม่ดีรีบฉุดอูยองให้นั่ง แต่เด็กหนุ่มผมทองฝืนตัวไว้ ตอนนี้เขาโกรธจัดแล้วไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รู้แค่ว่าเขาจะแพ้ควอนไม่ได้!

 

ตอนนี้แต่ละกลุ่มเงียบเพื่อฟังว่าอูยองจะพูดอะไร

 

อูยองบอกด้วยเสียงมั่นใจ ตาเรียวจ้องไปที่ควอน “กูเนี่ยแหละเด็กผู้พันนิกคุน! ถ้าไม่เคยเห็นก็ดูกันซะให้เต็มตา!”

 

เพื่อนกลุ่มควอนหันมามองอูยองเป็นตาเดียว “โม้ว่ะ”

 

“ถ้ากูไม่ใช่เด็กผู้พัน กูจะได้อภิสิทธ์ฝึกแค่ครึ่งวันหรอ เคยมีใครทำแบบนี้ได้มั้ย..คิดดู แล้วก็รู้ไว้ด้วยว่ากูพักอยู่...เอ๊ย” อูยองร้องออกมาตอนหลังเพราะชานซองลากเขาให้ออกมาแถมเอามือปิดปากเขาไว้อีก

 

“พอได้แล้ว มึงนี่หาเรื่องใส่ตัวชัดๆ” ชานซองกระซิบ

 

ควอนมองอูยองคล้ายอยากจะฉีกร่างเมื่อได้ยิน เขาเกลียดคำว่าเด็กผู้พันชะมัด!

 

เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีเกี่ยวกับเรื่องราวเด็กผู้พัน บ้างก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน บ้างก็ไม่เคยได้ยิน เกิดการเถียงกันในกลุ่มคนฟัง เพื่อนกลุ่มควอนหน้าเสียที่ได้ยินหลายเสียงคล้อยตามอูยอง

 

อูยองแกะมือชานซองที่ปิดปากเขาออก “กูพูดเรื่องจริง! หาเรื่องตรงไหน!”

 

“มึงทำแบบนี้มีแต่ทำให้คนเกลียด” ชานซองบอก

 

“อยากเกลียดก็เกลียดไป!  ไม่เคยสนอยู่แล้ว ช่างแม่ม!” อูยองยกไหล่อย่างไม่แคร์

 

ชานซองได้แต่ถอนหายใจ

 

“กูไปล่ะชาน เจอกันที่บ้าน” อูยองอิ่มทันที ไม่อยากอยู่ต่อ คนยิ่งหงุดหงิดอยู่ โว้ยยยยยยยยยยยยยยย

 

 

..

 

..

 

อูยองนั่งเหม่ออยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เขาช่วยทำสต็อคยาในคอมพิวเตอร์ เขานั่งทำมาหลายชั่วโมงแล้วก็ชักเบื่อ หัวสมองดันนึกไปถึงนิชคุณที่แทบไม่ได้เจอกันเลยหลังจากวันสถาปนากรม นิชคุณไปทำธุระแล้วก็ไม่กลับมาตามกำหนดและแน่นอนไม่ส่งข่าวใดๆ เขาเคยแอบแถมจุนโฮว่าผู้พันไปไหนก็รู้แค่ว่าไปธุระของหน่วยซึ่งจุนโฮก็ไม่รู้เหมือนกัน นึกเคืองที่นิชคุณไม่คิดจะส่งข่าวมาบ้าง แล้วควอนมันรู้ได้ยังไงว่านิชคุณอยู่ปูซาน โอยยยยย คิดแล้วแค้นนนนนนนน ว่าแต่...นิชคุณไม่อยากได้ยินเสียงเขาบ้างหรอ คนที่จะจีบคนอื่นเขาต้องพยายามหาเวลามาเจอสิ คอยหาจังหวะเข้ามาคุยด้วยไม่ใช่หรอ ทำไมนิชคุณไม่เป็นแบบนั้น  ไหนว่าจะจีบไงวะ หน่วยรบแม่งจีบกันแบบนี้หรอเนี่ย ชาติหน้าคงติดหรอก เอ๊ะ หรือว่าผุ้พันเปลี่ยนใจแล้วไม่จีบเขากันแน่วะ’

 

 

..เฮ้อ...

 

เด็กหนุ่มถอนหายใจและบอกตัวเองว่าก็ดีแล้วที่ไม่ต้องเห็นกัน จะได้ไม่ต้องอึดอัด ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะทำร้ายจิตใจนิชคุณ

 

 

ทั้งๆที่เขาควรจะไม่รู้สึกอะไร

 

แต่แปลกที่เขารู้สึกคล้าย.......ผิดหวัง

 

 

..

 

 

“แล้วจะทำไงดีล่ะเนี่ย!” เสียงนูน่าคนนึงดังขึ้น

 

อูยองเบือนหน้ากลับไปฟังเสียงที่ปลุกเขาออกจากภวังค์

 

“ทำไมหรอครับ” จุนโฮเดินเข้ามาถาม

 

“คือ....เอกสารพวกนี้ต้องนำไปส่งหน่วยรบตั้งแต่เมื่อวานค่ะ แต่พี่มองไม่เห็นค่ะ เลยตกหล่นอยู่ที่นี่ รับรองว่าถ้าพี่ไปส่งตอนนี้คงจะโดนธุรการหน่วยรบเอาตายแน่ๆค่ะ จุนโฮก็ทราบว่าธุรการฝั่งนั้นจ้องเอาเรื่องเราขนาดไหน เรื่องคราวก่อนยังไม่จางเลย เรื่องใหม่ก็มาอีกแล้ว” นางบอกเสียงเศร้า

 

“....” จุนโฮใช้ความคิดหนัก สงสารก็สงสาร แชยอนหรือธุรการสาวหน่วยรบนั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากับสาวในกรมหลายคน เพราะเจ้าหล่อนตั้งใจจะจับผู้พันสุดหล่อ หน่วยแพทย์โดนหมายหัวก็เพราะผู้พันหนุ่มมักจะแวะมาที่นี่บ่อยๆ หรือไม่ลุงหมอก็ไหว้วานให้หน่วยแพทย์เอาโน่นเอานี่ไปให้ผู้พัน ธุรการสาวหน่วยรบเลยไม่ชอบพวกเธอ

 

“พี่...ไม่ตั้งใจนะคะ” นูน่ากล่าวด้วยเสียงเศร้าสร้อย

 

จุนโฮเห็นอูยองเลยนึกขึ้นได้ อูยองเป็นเด็กผู้พันนี่นา ให้อูยองเอาไปน่าจะดีที่สุด “อูยอง มึงเอาเอกสารนี้ไปที่หน่วยรบหน่อยสิ แล้วให้นูน่าแชยอนเซนต์ชื่อรับเอกสารตรงนี้แล้วเอามาคืนนะ”

 

อูยองเองก็ชะงักเมื่อได้ยินว่าต้องไปหน่วยรบ ใจนึงก็ทิฐิไม่อยากไปแต่อีกใจก็อยากไปดูว่าหน่วยรบที่นิชคุณทำงานอยู่มันเป็นยังไง เผื่อจะมีข่าวของนิชคุณบ้าง เขาเลยยอมทำหน้าที่คนส่งเอกสารแต่โดยดี เด็กหนุ่มเดินตามทางที่โฮบอกก็มาถึงหน่วยรบ เด็กหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยไม่รู้ทำไม

 

.

 

.

 

“สวัสดีครับ ผมมาจากหน่วยแพทย์ เอาเอกสารมาส่งครับ” อูยองบอกกับหญิงสาวที่นั่งอยู่โต๊ะแรกตามที่โฮบอกไว้

 

หญิงสาวกวาดสายตามองเด็กหนุ่มผมทองตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมสีทองทันสมัย เครื่องแต่งกายทั้งเสื้อกางเกงและแจ็กเก็ตแมชต์กันได้อย่างลงตัวบ่งบอกรสนิยมและฐานะของคนใส่ รู้สึกเสียดายที่เด็กตรงหน้าอายุน้อยกว่าเธอ หญิงสาวยิ้มหวานโปรยเสน่ห์เต็มที่ แขนเล็กยื่นไปรับเอกสารแต่เด็กหนุ่มผมทองกลับมองไปรอบๆ ห้อง ไม่สบตาเธอเลยสักนิด หญิงสาวหน้าตึงที่ถูกเมิน เธอก้มหน้าดูเอกสารแล้วพบว่าเอกสารรับมาตั้งแต่เมื่อวานหากหน่วยแพทย์เพิ่งนำมาส่งวันนี้

 

“อะไรกัน! ส่งช้าอีกแล้ว! หน่วยแพทย์นี่ทำงานยังไงกัน คิดบ้างมั้ยว่ามันจะเกิดความเสียหายกับแผนกอื่นที่เขารออยู่ ทำอะไรไม่คิดถึงคนอื่นบ้างเลย ไม่รับผิดชอบ! ทำงานแบบนี้อยู่หน่วยรบไม่ได้เด็ดขาด!” หญิงสาวบ่นยืดยาว

 

“...” อูยองไม่ได้สนใจฟัง ตายังคงกวาดไปทั่วบริเวณแต่ก็ไม่พบนิชคุณเลย

 

หญิงสาวตวัดตาขึ้นมาก็เห็นว่าอูยองยังคงไม่สนใจฟังเธอเลย ปล่อยเธอบ่นอยู่คนเดียว “นี่เธอฟังพี่พู