[Fic] เจ้าฮะ : 11
posted on 20 Feb 2012 19:31 by have-a-khunday in FanFictionFan Fiction (BOY LOVE)
Title : เจ้าฮะ
Paring : Khun x Woo
Type : Romantic
Beta Reader : Madam P
คอกม้าหรินทร์ณเรศน์
หลังจากที่แทคสร้างความคุ้นเคยกับม้าตัวใหญ่สีน้ำตาลได้สักพัก ชายหนุ่มจึงขี่ม้าเข้ามาใกล้นิชคุณและอูยอง “ไปกันยังวะคุณ อ้าว...อูยอง ม้านายล่ะ”
“ผมยังขี่ไม่เป็นฮะ” อูยองตอบ ก็ตอนนี้เขาเป็นคนเดียวที่ไม่มีม้า
แทคอาสา “พี่แทคสอนให้ก็ได้ ไม่ยากหรอก”
“เอ่อ...ข...ขอบคุณฮะ..” อูยองพูดตะกุกตะกัก ตาเรียวเหลือบมองมาทางนิชคุณ หวังว่านิชคุณจะเรียกให้เขาไปหา ก็คืนนั้นนิชคุณรับปากจะสอนเขาทุกเรื่องนี่นา
“...” แทคมองตามสายตาอูยองไปยังเพื่อนรักบ้าง
นิชคุณบอกด้วยใบหน้าเรียบ “แทค...นายไม่รู้อะไร อูยองน่ะซนไม่หยุด คราวก่อนก็เกือบตกม้าไปทีละ ดีนะฉันช่วยไว้ทัน ให้ฉันสอนเองดีกว่า”
แทคเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับคำตอบที่ดูเหมือนจะ-ร้อนตัว-ของเพื่อน จึงแกล้งทัก “ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”
“...” นิชคุณทำหน้าปั้นยาก
แทคจึงแกล้งคุยต่อ “แล้วจะให้อูยองขี่ม้าตัวเดียวกับนายเนี่ยนะ?”
“ก็บอกแล้วไงว่าอูยองไม่เอาไหน ขืนขี่เองได้ตกม้าแน่ๆ ฉันกับสายฟ้าน่ะคุ้นเคยกันมาหลายปี หากเกิดอะไรขึ้นฉันจัดการสายฟ้าได้แน่ อูยองอยู่กับฉันน่ะปลอดภัยกว่า” นิชคุณให้เหตุผล
“ใช่ครับ คราวที่แล้วอูยองเกือบทำเจ้าตกม้าน่ะครับ ไม่เอาไหนจริงๆ” นายซูเสริมเพราะคราวก่อนอูยองเกือบตกม้าจริงๆ
“พี่ซู! ก็บอกแล้วไงว่าผมไม่ตั้งใจมันเป็นอุบัติเหตุ” อูยองเถียง
“อุบัติเหตุเพราะแกไม่เอาไหนไง” ซูยังคงยืนยัน
“ไม่เอาไหนแล้วไง เจ้ายังไม่ว่าผมสักคำ พี่จะโวยวายทำไม”
“อ๋อ...นี่ต้องรอให้เจ้าว่าแกก่อนหรอ แกถึง...”
“ซู!” นิชคุณขัดขึ้น
“...”
“นายพาแทคไปขี่ม้าไป ไปเส้นเดิมเหมือนที่นายพาฉันไปนั่นแหละ ไม่ต้องรอพวกฉัน” นิชคุณหันมาบอกนายซู เพื่อตัดบท
แทคนึกในใจขำๆ ..รีบไล่เชียวนะแก ฉันไม่อยู่เป็นก้างก็ได้วะ... แต่สิ่งที่พูดออกไปคือ “อูยองตั้งใจฝึกนะ ถ้าขี่ได้พี่แทคมีรางวัลให้” แล้วก็ควบม้าตามนายซูที่นำทางไป โดยทิ้งนิชคุณและอูยองไว้ด้านหลัง
อูยองยืนลูบแผงคอสายฟ้าอย่างประจบประแจง “สายฟ้า วันนี้ต้องเป็นเด็กดีให้ฉันขี่ง่ายๆนะ”
นิชคุณยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อได้ยิน มือขาวยื่นไปดึงอูยองขึ้นบนหลังสายฟ้า “นายนั่นแหละที่ต้องเป็นเด็กดี”
นิชคุณสอนอูยองขี่ม้าโดยเริ่มจากคำสั่งง่ายๆเช่นการสั่งให้ม้าเดินและหยุด เสียงทุ้มคอยบอกคอยสอน มือใหญ่จับขาอูยองเพื่อสอนให้ใช้แรงหนีบลำตัวสายฟ้า พร้อมสอนการใช้บังเหียนบังคับม้า นิชคุณลองสาธิตให้ดูซึ่งก็ไม่ยากเย็นอะไร
เด็กหนุ่มนั่งบนหลังสายฟ้าโดยมีนิชคุณนั่งซ้อนหลังเช่นเคย ความรู้สึกหวิวในวันนั้นยังไม่จางหาย ทุกสัมผัส ทุกความใกล้ชิดเล่นเอาอูยองหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ชินกับการใกล้ชิดแบบนี้สักที อูยองพยายามตั้งใจฟังเสียงนิชคุณไม่ใช่เสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรง กลัวว่าถ้าไม่ตั้งใจหรือเสียสมาธิจะโดนนิชคุณดุและพาลไม่ยอมสอนอีก แต่ฟังนิชคุณพูดดูเหมือนไม่ยากแต่สายฟ้าไม่ค่อยทำตามคำสั่งเขาเลย สั่งให้เดินตั้งหลายรอบไม่ยอมเดินสักที แต่พอนิชคุณทำให้ดูปุ๊ป สายฟ้าก็เหยาะย่างทันที ไม่แฟร์เลย
RRRRRRRRRRRRRRR
โทรศัพท์นิชคุณดัง
“ว่าไงหญิง”
“...”
คำพูดของนิชคุณทำเอาอูยองหน้าตึงแต่หูผึ่งขึ้นมาทันที
“นายซูบอกพี่แล้วแหละ ว่าหญิงมาดูไร่เมื่อวาน”
“...”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก เรื่องแค่นี้เอง ไว้หญิงเลี้ยงข้าวพี่แล้วกัน พี่จะล้างท้องรอนะ” นิชคุณหัวเราะเบาๆตบท้าย
“...”
“โอเค แล้วไว้คุยกัน”
แม้นิชคุณจะวางสายไปแล้วแต่อูยองก็ยังหน้างอ น้ำเสียงเชิงหยอกล้อของนิชคุณทำให้อูยองหงุดหงิด โชคดีที่อูยองนั่งด้านหน้า นิชคุณจึงไม่เห็นว่าหน้าตาอูยองตอนนี้เป็นเช่นไร
“ลองใหม่ซิ อูยอง”
“...”
“ออกแรงหน่อยสิ ผอมอย่างนี้ถึงได้ไม่มีแรงหนีบ” สุดท้ายนิชคุณก็โทษที่อูยองผอม
“นี่แน่ะ! นี่แน่ะ! นี่แน่ะ!” เด็กหนุ่มระบายความหงุดหงิดใส่สายฟ้า
...กุบ...
...กับ....
ได้ผล สายฟ้าก้าวย่างตามคำสั่ง ช้าๆ
“เจ้าฮ.....” น้ำเสียงตื่นเต้น
นิชคุณก้มหน้าลงมองอูยองเมื่อได้ยินเสียงเรียก ทำให้ใบหน้าเลื่อนต่ำเข้าใกล้อูยอง และเพราะไม่รู้ว่าอูยองจะแหงนหน้ากลับมา ริมฝีปากบางสัมผัสกับปลายคางของนิชคุณแผ่วเบา ปลายจมูกโด่งของนิชคุณแตะปลายจมูกเล็ก ทำเอาอูยองและนิชคุณชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่ต่างฝ่ายจะรีบหันหน้ากลับไปทันที
นิชคุณดูจะตกใจไม่น้อย คนทั้งคู่ดั่งโดนสะกดให้นิ่งค้างอยู่บนหลังสายฟ้า ความรู้สึกในคืนนั้นย้อนกลับมาหานิชคุณอย่างไม่ทันเตรียมตัว จากที่เขานั่งตรงนี้มองเห็นเพียงแก้มกลมเนียนขาวของคนตรงหน้า ทำเอาชายหนุ่มได้กลิ่นหอมอ่อนๆในห้วงคำนึง นิชคุณรับรู้ถึงหัวใจที่เต้นแรงของตน นึกสงสัยว่าทำไมเขาต้องใจเต้นด้วย บ้ารึเปล่า ก็เคยเมามากนอนกองรวมกับแทคและเพื่อนชายที่แอลเอมาก็มาก ไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลย ให้ต่ายเถอะ
“...”
“...”
“...” ท่ามกลางความเงียบ อูยองยกมือขึ้นพัดลมใส่ใบหน้าตัวเองที่ร้อนฉ่า
“...” นิชคุณพยายามบังคับตัวเองไม่ให้มองแก้มกลมของคนด้านหน้าที่ตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อน่ามองแต่ก็ยากเหลือเกิน ชายหนุ่มนึกโทษว่าเป็นเพราะคืนนี้ คืนที่เขาเมาแล้วไปจูบอูยองที่เป็นจุดเริ่มต้น เพาะเชื้อประหลาดๆเอาไว้ในใจเขา เขาถึงได้รู้สึกแปลกๆแบบนี้
“...”
“มัน..บังเอิญ..” นิชคุณพยายามจะอธิบาย และทำลายช่วงเวลาอันอึดอัด
“อ่อ...ฮะ ใช่ อ...อุบัติเหตุ ช่างมันเหอะ” อูยองรีบตอบ เขาไม่อยากเสียหน้ากับนิชคุณ
“...” นิชคุณขมวดคิ้วเมื่อได้ฟัง รู้สึกผิดหวังลึกๆ ทำไมอูยองถึงไม่ใส่ใจมันได้ง่ายๆนะ เขาเองใจเต้นแทบแย่
“เอ่อ...ผม...ไม่ตกม้าแล้วฮะ” อูยองอ้อมแอ้มบอกพลางขยับตัว ก็ตอนนี้มือใหญ่ยังโอบรอบเอวเขาอยู่เลย
“..” นิชคุณคลายมือออกช้าๆ และพยายามปรับสีหน้าให้นิ่งขรึม
“...”
“อ้ะ...งั้น...ลองสั่งหยุดบ้างละกัน” นิชคุณหาเรื่องมาคุยเพื่อทำลายความเงียบและเป็นการพยายามรวบรวมสมาธิอีกครั้ง เพื่อสอนอูยองต่อ
อูยองก็พยายามตั้งใจเรียนต่อไป ฝึกสั่งเดินสั่งหยุดอยู่อีกพักใหญ่กว่าจะสื่อสารกับสายฟ้าได้ เด็กหนุ่มเริ่มสนุกเมื่อควบคุมสายฟ้าได้อย่างใจนึก “ผมนี่มีฝีมือเหมือนกันนะ ขี่มอเตอร์ไซด์แป๊ปเดียวก็ขี่ได้ ฝึกขี่ม้าแป๊ปเดียวก็ขี่ได้”
นิชคุณผลักหัวเล็กเบาๆ “ขี้คุย”
“อ้าว ก็มันจริงนี่ฮะ เดี๋ยวผมจะไปทวงรางวัลจากพี่แทค” อูยองบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“เอะอะก็-พี่แทค-” นิชคุณอยากจะถามว่าไปสนิทสนมกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วยซ้ำ
“เอ๋?” อูยองร้องเบา เขาไม่เข้าใจว่านิชคุณต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ “หมู่นี้เจ้าอารมณ์ไม่ดีนะฮะ”
“ก็นายไม่เอาไหนแบบนี้น่ะสิ ถึงทำให้ฉันอารมณ์ไม่ดี”
“ผมไม่เอาไหนอะไรกันฮะ ผมขี่ม้าได้แล้วนะเจ้า”
“ไม่อยากเถียงกับเด็ก!” นิชคุณเองก็ไม่รู้ว่าอูยองไม่เอาไหนตรงไหนจึงแกล้งดุกลบเกลื่อน ชักทำหน้าไม่ถูกที่ตัวเองเผลอประชดประชันออกไป เขาดูจะไร้สาระและไม่มีเหตุผลขึ้นทุกกวัน
“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะฮะ! ผมเป็นหนุ่มแล้ว” อูยองเอี้ยวตัวกลับมามองนิชคุณอย่างเอาเรื่อง
“หนุ่มที่ไหนจะไปอยากได้ของรางวัล มีแต่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่เอาของรางวัลมาล่อเด็กให้ทำโน่นทำนี่” แล้วนิชคุณก็สูญเสียการคุมตัวเองอีกครั้ง

อูยองได้แต่อ้าปาก ตาค้าง เถียงไม่ออกซะงั้น ตาคมของนิชคุณสบตาเรียวอย่างท้าทาย จนอูยองต้องเบือนหน้ากลับอย่างขัดใจที่จนด้วยเหตุผล
.....กุบกับ....กุบกับ....
เสียงควบม้าเข้ามาช่วยชีวิตอูยองไว้ อูยองและนิชคุณเงยหน้ามองผู้มาใหม่ เมื่อเห็นว่าเป็นนายซูและแทนภูมิ นิชคุณก็สั่งสายฟ้าให้หยุด ชายหนุ่มก้มดูนาฬิกา ซึ่งทำให้เขาแปลกใจเมื่อรู้ว่าเวลาผ่านไปแล้วกว่าชั่วโมง
“เป็นไงมั่งคุณครู ลูกศิษย์สอนยากมั้ย” แทคเอ่ยขึ้น ทำให้ช่วงเวลาขัดเขินของนิชคุณกับอูยองค่อยๆจางหายไป
“สอนยากอะไร ผมหัวไวมากเหอะ ผมขี่ได้แล้วฮะ” อูยองคุยโว
“อูยองพูดอะไรอย่าไปเชื่อครับคุณแทค โม้ตลอด” ซูหันไปบอก
“พี่นั่นแหละขี้โม้ ไม่เชื่อถามเจ้าสิฮะ” อูยองหันมาหาแนวร่วม
“..” นิชคุณทำเป็นยักไหล่ ไม่ให้ความร่วมมือกับอูยองสักนิด
“เจ้าฮะ! งั้นพวกพี่ดูนะ!” อูยองสะบัดหน้ากลับอย่างงอนๆ จึงไม่ได้เห็นว่านิชคุณยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างเอ็นดู
เนื่องจากสายฟ้าเริ่มคุ้นเคยกับอูยองแล้วจึงเชื่อฟังโดยดี เด็กหนุ่มพาสายฟ้าเดินเตาะแตะอวด เรียกเสียงปรบมือจากพี่ซูและเสียงเป่าปากจากพี่แทคได้เลยทีเดียว อูยองให้สายฟ้าหยุดก่อนจะหันมาเชิดหน้าโบกมือประหนึ่งอัศวินหนุ่มผู้ชนะสงคราม ก่อนจะหันมายักคิ้วให้คนข้างหลังอย่างเย้ยหยัน
รอยยิ้มกึ่งขำกึ่งเอ็นดูปรากฎขึ้นบนใบหน้านิชคุณ
นายซูและแทคมองภาพคนทั้งคู่พร้อมรอยยิ้มจางๆ ก่อนที่แทคจะพูดขึ้น “อูยอง อยากได้รางวัลอะไรล่ะ”
“ขอบคุณฮะพี่แทค แต่ผมไม่ได้อยากได้รางวัลอะไร”
แทคเลิกคิ้วขึ้นอย่างผิดคาดเขานึกว่าอูยองจะดีใจแล้วก็ตื่นเต้นนั่งคิดของรางวัลเสียอีก แต่แล้วแทคก็ขมวดคิ้วเมื่อเห็นแววตาพอใจฉายออกมาจากตากลมของนิชคุณ
........
โฮนั่งมองยาที่หมอจ่ายไว้ให้ หมอประจำตระกูลบอกว่าไอ่บ้าเนี่ยเป็นโรคภูมิแพ้มาแต่เล็ก เปียกฝนไม่ได้เลยจะป่วยหนัก แล้วไอ่บ้านี่ก็ไม่เจียมแค่อยากเอาชนะเขาก็เลยตากฝนลงไปยื้อยุดกับเขาอยู่ได้ โง่รึบ้ากันแน่ สมองเท่ามดจริงๆ โฮปลายตาไปมองคนป่วยที่ยังคงไม่ได้สติ เขาเช็ดตัวให้แต่เขาไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้หรอกนะ ก็ไหนๆ ชุดเปียกนั่นก็แห้งแล้ว แค่นี้ก็จำใจทำจะแย่ เพราะมนุษยธรรมและคุณธรรมในหัวใจหรอก พวกแม่บ้านทั้งหลายไม่มีใครกล้าทำสักคน ทุกคนพูดเหมือนกันว่าคุณชายชาณรบไม่ได้สั่งไว้พวกเธอห้าม ห้าม ห้าม และห้ามทำอะไรทั้งสิ้น โฮอยากจะจับหัวชานมาเขย่าชะมัด มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่คิดกฎแบบนี้ขึ้นมาได้ จะว่าไป...บ้านนี้ก็มีแต่คนบ้า บ้านออกจะกว้างแต่หาคนไม่เจอ เมื่อครู่เขาลงไปส่งหมอเลยเดินหาห้องครัว กว่าจะเจอห้องครัวก็หลงไปหลายห้องแต่ที่แย่กว่าก็คือตลอดทางเขาไม่เจอใครเลย ไม่รู้คนงานไปหลบกันที่ไหนหมด เขาเดินเข้าครัวเปิดตู้เย็นหยิบโน่นหยิบนี่ออกมาทำโจ้กจนเสร็จยังไม่เห็นคนแม้แต่คนเดียวเลย แปลกมาก รวมถึงคุณพ่อของชานก็แปลกมาก ลูกตัวเองแท้ๆไม่ห่วง ไอ่บ้านี่อยู่ในบ้านแปลกๆนี่ถึงได้เสียสติแบบนี้นี่เอง โฮถอนหายใจไม่อยากคิดเรื่องพวกนี้ตอนนี้เขาเริ่มหิวแล้วกินโจ้กดีกว่า โฮตักแบ่งโจ้กออกจากหม้อใส่ชามถ้วยเล็กๆ
“อื้อ” เสียงครางแหบเบาๆ พร้อมกับร่างหนาค่อยๆขยับตัว
โฮชะงักมือที่กำลังจะตักโจ้กเข้าปาก ก่อนจะลุกไปหาคนป่วยที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง “ลุกไหวมั้ย ถ้าไหวก็ลุกมากินอะไรหน่อย นายต้องกินยานะ”
ชานรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว อีกทั้งหัวยังหนักอึ้งเลย ไม่ทันได้ลืมตาดูว่าใครปากก็สั่งด้วยเสียงแหบ “ร้อน! เร่งแอร์ดิ๊”
โฮกระตุกยิ้มเบาๆ ไม่ร้อนได้ไงก็เขาเป็นคนลดอุณภูมิลงมาที่ 25 องศาเอง “อยู่เข้าไปได้ยังไง 18 องศา นายเป็นหมีขั้วโลกรึไง”
ชานค่อยๆได้สติ พอรู้ว่าคนพูดคือโฮ ชายหนุ่มก็แผลงฤทธิ์ทั้งเสียงแหบๆนั่นแหละ “ข...เข้ามาทำไม ค...ใครอนุญาติ”
“ไม่ต้องรอให้ใครอนุญาติทั้งนั้น ฉันอยากทำอะไรฉันก็ทำ” โฮตอบอย่างไม่กลัว ก็ตอนนี้แค่ชานจะพูดยังแทบไม่มีแรงเลย แล้วจะลุกมาทำอะไรเขาได้
“นาย...แค่กๆ” ชายหนุ่มไอในตอนท้ายเพราะเจ็บคอ
“ป่วยขนาดนี้ยังจะพูดมากอีกนะ” โฮอยากจะทำเฉยแต่คุณธรรมในหัวใจบอกว่าชานต้องกินยา ยิ่งคนป่วยไอแบบนี้ยิ่งต้องกินยา
“..” ชานปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง รู้สึกว่าหนังตามันช่างหนักอะไรเช่นนี้
“นี่! นายอย่าเพิ่งหลับสิ กินโจ้กแล้วกินยาก่อน” โฮพยายามเรียกสติชานไว้
ชานปลือตาขึ้นอีกครั้ง แล้วก็ปิดตาลงอีกจนได้
“บอกว่ากินโจ้กก่อนไงเล่า!!” โฮบอกพลางฉุดแขนชานไว้
“นาย...ก....แค่ก...ก..แค่กๆๆ” พอชานจะอ้าปากจะด่ากลับแต่ก็ดันไอเสียก่อน ชานเลือกที่จะเงียบเสียงเสีย ตอนนี้เขาเจ็บคอปวดหัวไปหมดแล้วแถมหิวไส้จะขาดแล้วด้วย การกินโจ้กแล้วนอนเงียบๆน่าจะดีที่สุด ชายหนุ่มค่อยๆขยับตัวลุกนั่งแต่เพราะอ่อนเพลียเลยทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างเชื่องช้า โฮเห็นแล้วก็อดไม่ได้จึงช่วยหาหมอนมาหนุนหลังให้ชานนั่งได้ง่ายขึ้น ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรับชามโจ้กจากโฮมาก่อนจะตักเข้าปาก เพราะเขาไม่อยากอ่อนแอให้โฮเห็นเลยพยายามฝืนสังขารทำอะไรต่อมิอะไรเอง แม้จะรู้สึกว่าแขนขาของเขาทั้งหนักทั้งเชื่องช้าก็ตาม แต่กินโจ้กไปได้ไม่กี่คำเขาก็รู้สึกว่ากินไม่ลงเอาซะเลย จึงวางโจ้กลงบนโต๊ะหัวเตียง
“อย่าเพิ่งนอน กินยานี่ก่อน” โฮเรียก พร้อมจัดแจงรินน้ำใส่แก้วแล้วส่งให้เมื่อเห็นชานจะนอนอีกแล้ว
“...” ชานมองยาและน้ำในมือโฮ ก่อนจะเหลือบตาขึ้นมองโฮ อดนึกถึงแม่เขาไม่ได้ ตอนที่เขายังเด็กเขาจำได้ว่าแม่จะปลุกเขาขึ้นมากินยาเสมอ แม่จะคอยดูแลเขาไม่ห่าง
“นั่งบื้อทำไม! กินซะสิ! ” โฮดุพร้อมหลบตา ประกายตาลึกซึ้งจากตากลมของชานทำให้เขาทำหน้าไม่ถูก ร้อนวูบที่หน้าขึ้นมาเฉยๆ
ชานได้สติ เขาไม่น่าเผลอตัวไปเลย จึงรีบโวยวายกลบเกลื่อน “ไม่กิน! ยุ่ง! จุ้นจ้าน! แค่กๆ”
“ไอ่บ้า ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว ไม่กินก็ดี จะได้ตายๆไปเร็วๆ”
“เดี๋ยว นาย...แค่ก.....แค่กๆๆ” ชานไอเสียงดังลั่น ไอจนตัวโยนทีเดียว คอเขาแสบไปหมดแล้ว
โฮหยุดยืนอยู่หน้าประตูกำลังชั่งใจว่าจะเอายังไงดี จิตใจฝ่ายดี ฝ่ายต่ำใครจะชนะ ถ้าเขาเดินออกจากห้องนี้ไป เดาได้เลยว่าจะไม่มีใครแม้แต่คนเดียวก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้อีก แล้วไอ่บ้านี่ก็จะไม่ได้กินยา แล้วจะทำยังไง ทั้งป่วย ทั้งไอ ทั้งไข้ขึ้นขนาดนี้ด้วย คงได้ตายเป็นผีแน่ๆ แม้จะโมโหที่ชานทำเป็นท่ามาก หยิ่งผยองไม่เข้าเรื่อง แต่....ฮี่ย!!!...
“ห้ามส่งเสียงอีกแม้แต่คำเดียว! ไม่งั้นนายตายแน่!” โฮขู่ แต่ก็ยอมหันเดินมาแล้วยื่นยาให้คนป่วย
“...” ชานยังคงนั่งนิ่ง เขาเองก็ชั่งใจเช่นกันว่าจะยอมกินยาดีมั้ย
“...”
“...”
โฮมองท่าทางนั่นอย่างขัดใจ จึงประชดประชัน “ไม่มีเสียงแบบนี้ฉันจะได้ด่านายได้ฝ่ายเดียว เดี้ยงแบบนี้ก็ดี สมน้ำหน้า!”
“ฝันไปเถอะ!” ปากบอกไปอย่างนั้น แต่มือใหญ่คว้ายาและแก้วน้ำไปจากมือเขา
โฮกลั้นยิ้ม จะว่าขำก็ขำ ป่วยจะตายแล้วยังจะหยิ่ง ฟอร์มเยอะ ชอบเอาชนะอีกต่างหาก เขาพอจะจับทางชานได้แล้ว คนบ้าอะไรอ่านง่ายที่สุด!
“ถ้ามีแรงมากนัก ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย นายใส่ชุดนี้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เหม็นจะแย่” พูดจบก็เดินหิ้วชามข้าวต้มออกมากินนอกห้อง ขืนอยู่ต่อได้รังแกคนป่วยแน่ๆ
ชานมองเคืองๆ แม้จะมีทิฐิและไม่อยากแสดงความอ่อนแอ แต่เพราะตอนนี้เขาป่วย ปวดหัวและเจ็บคอไปหมดแล้วเลยไม่อยากพูดอะไร อยากนอนเสียมากกว่า ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนแต่แล้วก็อดไม่ได้ต้องดมกลิ่นเสื้อตัวเองว่าเหม็นตรงไหนกัน
.......
“คุณชายชาณรบไข้ลดลงไวมากกว่าทุกที คงเพราะคุณชายชาณรบทานยาครบตามสั่งและได้เช็ดตัวทั้งคืน อืม...อีกอย่าง แอร์ห้องคุณชายชาณรบก็ไม่เย็นเหมือนทุกทีด้วย อุ่นๆแบบนี้จะทำให้หายไวขึ้นครับ” คุณหมอประจำตระกูลเอ่ยหลังตรวจอาการชานเสร็จ และพบว่ายาที่เขาจ่ายให้เมื่อวานนั้นหายไปตามที่ควรจะเป็น
ชานเหลือบตามองโฮที่ยืนอยู่ตรงประตู คนงานเขาไม่กล้าเข้าใกล้เขาเด็ดขาด ทั้งหมดต้องเป็นฝีมือโฮแน่ๆ มิน่าเมื่อวานเขาถึงได้เหงื่อออกเป็นน้ำเลยเพราะโฮมาปรับแอร์นี่เอง เมื่อวานเขาหลับๆตื่นๆ เพราะพิษไข้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้ตัวว่าโฮเป็นคนเฝ้าไข้และเช็ดตัวให้เขาทั้งคืน ทั้งๆที่โฮเกลียดเขาแต่ทำไมยังยอมดูแลเขา เป็นเขาคงไม่ทำอะไรพวกนี้แน่ๆ
โฮเพียงยกมือขึ้นดันกรอบแว่นแต่ไม่พูดอะไร แน่ล่ะ! เมื่อวานเขาต้องรับมือกับชานอย่างหนักกว่าคนป่วยจะยอมกินอาหารกินยาครบทุกมื้อ แถมเขายังต้องอดนอนคอยเช็ดตัวให้ไอ่คนป่วยยักษ์นี่อีก ถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว แล้วแอร์ห้องนี้ก็เย็นอย่างกับขั้วโลก ถ้าเขาไม่ปรับให้อุ่นเขาจะนั่งอยู่ได้ยังไง
“ถ้าวันนี้คุณชายชาณรบทานยาครบอีกวันก็จะหายเร็วขึ้น วันนี้ไม่มีไข้แล้วคงไม่ต้องเช็ดตัวแล้วล่ะ หมอต้องขอตัวไปพบคุณท่านเพื่อรายงานอาการคุณชายชาณรบก่อนนะครับ”
“...” ชานมองโฮที่ยังคงยืนอยู่หน้าประตู ให้พูดว่าขอบใจน่ะเหรอ ไม่มีวัน!
“เราจะกลับบ้านแล้ว เพราะเดี๋ยวพี่เจจะมารับที่บ้านไปงานรับน้อง” โฮบอกด้วยใบหน้าเรียบ เมื่อวานเขาโดดเรียนเพื่อดูแลไอ่บ้านี่ ต้องโกหกแทบแย่กลัวว่าพี่เจจะสงสัยแล้วแวะไปบ้านเขา วันนี้ไอ่บ้านี่อาการดีขึ้นไม่มีไข้แล้ว เขาจะได้ไปทำเรื่องของเขาบ้าง
“กลับไปได้เสียทีก็ดี เกะกะ เดี๋ยวจะให้คนไปส่ง ส่วนมอเตอร์ไซด์ เดี๋ยวจะจัดการให้” ชานตอบเสียงเบาเพราะยังคงเจ็บคออยู่บ้าง แต่ถึงจะไม่มีเสียงแต่ก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ เขารำคาญโฮจะตายที่คอยมาวุ่นวายให้เขากินยา
“เมื่อวานนายป่วยเราเลยปิดเสียงไว้ นายเช็คดูเองละกัน ทั้งมิสคอล ทั้งข้อความเยอะแยะ” โฮส่งโทรศัพท์มือถือคืนเจ้าของ เท่าที่เขาเห็นมีแต่เบอร์สาวๆ โทรมาหาทั้งนั้น เจริญจริงๆ
“...” ชานรับไปก่อนจะวางไว้หัวเตียงโดยไม่คิดจะดู ชายหนุ่มยกหูโทรศัพท์หัวเตียงสั่งคนให้มาพาโฮกลับบ้าน
“เมื่อเช้าเราทำข้าวต้มกุ้งไว้ เดี๋ยวจะลงไปยกมาให้”
“ใครให้นายลงไปวุ่นวายทำโน่นทำนี่ในบ้านฉัน” ชานแกล้งว่าไปอย่างนั้นเอง แม้จะรู้สึกว่าเขากำลังหิวอยู่พอดีก็ตาม
“หึ ถ้าเราไม่ทำนายจะเอาอะไรกิน กว่านายจะมีแรงยกหูไปสั่งคนงาน กว่าจะเสร็จ นายก็หิวตายแล้ว” โฮบอกอย่างรู้ทัน คนงานบ้านนี้ไม่มีใครกล้าทำอะไรนอกเหนือคำสั่งชานสักคน
“วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง! ปรับแอร์ด้วย ร้อนจะแย่แล้วเนี่ย!” ชานยังคงหาเรื่องสั่งต่อ
“มีแรงก็ลุกมาจัดการเองสิ” โฮตอบอย่างไม่กลัว
“นี่ นาย!” ชานทำตาดุใส่
“..” โฮไม่ตอบเพียงยกนิ้วดันกรอบแว่นสายตา ไม่สนใจตาดุที่มอง
RRRRRRRRRRRRRRRRRRRRR
มือถือโฮดัง
“ครับ พี่เจ”
“...”
“เอ่อ...ผม..ยังจัดกระเป๋าไม่เสร็จเลย อีกสักชั่วโมงได้มั้ยครับ พี่ค่อยมารับผม”
“....”
“ครับ เจอกันครับ”
“นายกับเจไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆนี่นา ทำไมเจต้องคอยดูแลนายขนาดนี้ด้วย” ชานถามอย่างสงสัย เพราะเจดูจะห่วงโฮมากเกินเพื่อนทั่วไป เขาไม่เคยรับส่งเพื่อนคนไหนเลย ไม่....แม้แต่จะคิด
“คนที่ใช้เงินซื้อทุกอย่างแบบนายจะไปเข้าใจอะไร โลกนี้ยังมีอะไรอีกมากที่เงินของนาย-ซื้อไม่ได้- เราลงไปเอาข้าวต้มกุ้งก่อนล่ะ” บอกพร้อมรีบลงไปยกข้าวต้มกุ้งที่เขาทำขึ้นมาให้ชาน
“..” ชานมองประตูห้องที่ปิดลงพลางกระตุกยิ้มมุมปากคล้ายเยาะหยัน ....โลกนี้ยังมีอะไรอีกมากที่เงินของนาย-ซื้อไม่ได้-..... ก็แค่คำพูดสวยหรู เรื่องหลอกเด็ก ไม่เป็นความจริงเลยสักนิด ถ้ายัง-ซื้อไม่ได้- แสดงว่า-ราคา-ยังไม่น่าพอใจ ไม่น่าเชื่อว่าโฮยังไร้เดียงสาหลงเชื่อเรื่องหลอกเด็กอยู่อีก โลกนี้ไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้
...แอ้ดดดดด...
โฮเปิดประตูเข้ามาพร้อมยกชามข้าวต้มเข้ามาวางไว้ที่หัวเตียง
“ทำไมไม่เคาะประตู!” ชายหนุ่มบ่น แต่ตั้งแต่เมื่อวานโฮก็เข้าออกห้องเขาเป็นว่าเล่น ใช้ได้ที่ไหน
“ไม่มีมือ ไม่เห็นหรอ”
“ก็วางก่อนสิ ไม่มีมารยาท..แค่กๆ”
“เสียใจนะ เราไม่ใช่คนงานบ้านนาย คงไล่เราออกไม่ได้ นี่....ข้าวต้มกุ้ง เดี๋ยวเรากลับไปนายก็กินซะ แล้วกินยาหลังอาหารพวกนี้ด้วย เราวางไว้ให้แล้ว”
“ฉันไม่กิน เอาลงไป!”
“ไม่ต้องกลัวเสียฟอร์มหรอกน่า เดี๋ยวเรากลับไปแล้วก็กินซะ ไม่มีใครหัวเราะเยาะนายทั้งนั้น” โฮบอกอย่างรู้ทัน เมื่อวานนี้ตอนชานป่วยหนัก เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าตากลมโตของตัวเองเปิดเผยความรู้สึกทุกอย่างโดย ถ้าเป็นเวลาปกติเจ้าตัวคงทำท่าโวยวายใส่เขากลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเองไปแล้ว เขาเห็นแววตาดีใจยามที่ชานลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นว่ามีคนอยู่ใกล้ๆ แต่เพียงครู่เดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นแววดุ และออกคำสั่ง ถ้ารำคาญคนจริงๆ ชานคงไล่ตะเพิดเขาออกไปแล้ว มนุษย์เป็นสัตว์สังคม...ไม่มีใครหรอกที่อยากอยู่คนเดียว ทุกคนอยากมี-เพื่อน- อยากมี-ใครสักคน-ทั้งนั้น

“ฉันไม่กิน ไม่ได้กลัวเสียฟอร์ม! นายจะกลับก็กลับไปได้แล้ว!” ชานโมโหขึ้นมาอีกแล้วที่โฮพูดแทงใจดำ
“หึ เดี๋ยวเราก็กลับแล้ว ไม่ต้องห่วง บ้านนายอย่างกับป่าช้า ใหญ่โตแต่เงียบเหงา เชิญนายนอนในหลุมศพของตัวเองคนเดียวต่อไปเลย ลาก่อน!”
“นาย!” ชานพูดได้แค่นั้นเพราะโฮกลับออกไปแล้ว กลิ่นข้าวต้มหอมน่ากินชวนน้ำลายไหล อดคิดตามคำพูดโฮไม่ได้ เขาก็เคยคิดว่าบ้านเขาเงียบเหมือนป่าช้า พ่อเอาแต่ทำงานไม่สนใจเขาเลย แม่เขาก็ขึ้นสวรรค์ไปตั้งแต่เขายังเล็ก เด็กๆเขาก็เคยร้องไห้เพราะว่าเหงาและโดดเดี่ยว ห้องนอนเขาก็เหมือนหลุมศพอย่างที่โฮว่า ที่ที่ศพของเขาต้องนอนอ้างว้างอยู่คนเดียว ชานหลับตาลงอีกครั้ง ห้องทั้งห้องเงียบ โล่งและวังเวงดังเดิม
TBC
******************************************
HusWife & The Gang Talk
ขออภัยที่กว่าจะมาอัพต่อ ช้ามากกกกกกกก จะพยายามอัพอย่างต่อเนื่องเช่นเดิมนะคะ // อิเจ้าก็ยังสติลไม่รู้ตัวอีก เฮ้อ!! แต่อีกไม่นานแล้วค่ะ // ชาน โฮ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด เราพยายามจะไม่บิ๊วให้คู่นี้แรงไปกว่านี้ เด๋วหาทางลงเอยกันลำบาก
ปล ยังสติลเพ้อถึงผู้ชายอยู่เลย ด้งน่ารักมากกกกกกกก ยิ่งตอนเปลี่ยนเสื้อแล้วหลบอยู่หลังเก้าอี้นั่น น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกก เขย่าใจป้าเหลือเกิน ป้าไม่ไหวจะรักแล้วน๊าาาาาาาาาาาา
อยากจะดูซิว่าไอ้คนปากแข็งอย่างชานนี่มันจะทำยังไง

#1 By เจ้ตา (110.49.131.56) on 2012-02-20 22:01