SF จอมยุทธ์น้อย 2/2.5
posted on 11 Oct 2011 21:14 by have-a-khunday in FanFictionShort Fiction (BOY LOVE)
Title : จอมยุทธ์น้อย
Paring : Khun x Woo
Type : Fantasy/Romantic
Rate : PG 13
Warning : ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ชายรักชาย หากรับไม่ได้กรุณปิดหน้าต่างไปได้เลยค่ะ และเป็นฟิคที่แต่งจากจินตนาการ มิใช่เรื่องจริง อาจมีชื่อตัวละครพ้อง/เหมือนกับศิลปินคนหนึ่งคนใด แต่มิได้มีเจตนาทำร้าย หรือสร้างความเสียหายให้แก่ศิลปินแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

อูยองอาศัยช่วงชุลมุนมุดหนีออกมานอกโรงเตี๊ยมและเดินหลบหนีปะปนไปกับฝูงชน “เจ้าจอมมารงี่เง่าเอ๊ยยยยยย” เด็กหนุ่มหัวเราะอย่างมีความสุข สูดอากาศเข้าเต็มปอด รู้สึกปลอดโปร่งและสบายใจยิ่งนัก จะห่วงก็แต่ศิษย์น้องที่หายไปนานเหลือเกิน เด็กหนุ่มร้องเรียกศิษย์น้องเป็นระยะๆ โดยหารู้ไม่ว่า...นั่นเป็นการทิ้งล่องลอยให้ใครอีกคนตามหาตัวเขาได้ง่ายขึ้น
เด็กหนุ่มยืนดูการประลองยุทธอย่างสนุกสนาน แต่ก็คิดได้ว่าเขาควรจะหาโรงเตี๊ยมพักผ่อนรอเสี่ยวชาจะดีกว่า เด็กหนุ่มล้วงหยิบหยกมังกรที่เขาขโมยมาจากเอวจอมมารขึ้นมาดู แก้มป่องพองลมดีใจที่ได้ล้างแค้นเจ้าจอมมาร “ท่าทางหยกชิ้นนี้จะราคาแพง คงจะแลกเป็นค่าโรงเตี้ยมได้สบาย”
....พรึ่บ.....
ชายชุดดำปรากฎตัวตรงหน้า
“เจ้าอยู่นี่เองหรือ ข้าตามหาเสียตั้งนาน พวกเจ้าแผนสูงนักหลอกล่อข้าออกไปตั้งไกลแล้วก็หายไปเลย” มันบอกด้วยเสียงเหี้ยม
อูยองหน้าเสีย ตรงนี้ผู้คนมากมายเขาใช้วิชาวิหคหมื่นลี้ไม่ได้เสียด้วย จะทำไงดี เด็กหนุ่มเดินก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ ปากขยับเรียก-เสี่ยวชา-ซ้ำๆ เพราะจากคำพูดของมันศิษย์น้องเขาน่าจะหนีรอดปลอดภัย มีแต่เขานี่แหละที่ตกอยู่ในอันตราย
“ฝ่ามือนี้ข้าจะล้างแค้นให้ศิษย์น้องข้า” พูดจบชายชุดดำก็กระโจนเข้าใส่ ฝ่ามือเงื้อเตรียมฟาด
“อาจารย์! ท่านมาแล้ว” อูยองตะโกนเรียกอย่างดีใจ
ชายชุดดำชะงักก่อนจะหันหลังกลับไปเพื่อเตรียมรับมือกับผู้มาใหม่
“...”
แต่แล้วก็ไม่พบใคร ชายชุดดำหันกลับมาที่อูยอง แต่เจ้าตัวแสบก็หายตัวไปด้วยเช่นกัน “ย๊ากกกกกกกกกกกกก” มันแผดเสียงอย่างโมโห ที่โดนเด็กเมื่อวานซืนหลอก ว่าแล้วมันก็ออกตามหาเด็กหนุ่มอย่างโกรธแค้น
อูยองวิ่งมุดไปเรื่อยๆแอบหลบตามมุมซอกหลืบบ้างเป็นระยะๆ ก่อนจะหนีเข้าซอยเล็กแต่ผู้คนก็ยังพลุกพล่าน เด็กหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นชายชุดดำจึงหยุดพักเหนื่อยเอาแรง
“ฮ่าๆๆ อยู่นี่เอง” เสียงของชายชุดดำดังขึ้นก่อนที่ตัวมันจะกระโดดลงมาตรงหน้า
อูยองตาโต หน้าซีดเผือก เขาหมดแรงหนีแล้วจริงๆ นึกด่าตัวเองที่ไม่สนใจฝึกวรยุทธ์เอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ บัดนี้กำลังจะโดนศัตรูฆ่าตายแล้วมั้ยล่ะ ผู้คนต่างพากันวิ่งหนีเมื่อเห็นว่าจะมีการต่อสู้กัน
“อย่าอยู่เลย!” พูดจบชายชุดดำมันก็เงื้อฝ่ามือเตรียมจะซัดใส่เขาอีกครั้ง
....พรึ่บ...
อูยองชักกระบี่ออกมาป้องกันตัว เด็กหนุ่มแทงสวนออกไป
ด้วยเพราะประมาทไม่คิดว่าอูยองจะยังฮึดสู้ ชายชุดดำถูกกระบี่ของอูยองแทงเข้าที่ไหล่ แต่ถึงกระนั้นฝ่ามือมารก็ซัดใส่หัวไหล่อูยอง แม้จะไม่เต็มแรงแต่ก็ทำให้กระดูกแขนของเด็กหนุ่มแหลกละเอียด
อูยองกระเด็นไปกระแทกพื้นด้านหลังก่อนจะกระอักเลือดสดๆออกมา ตาเรียวเหลือบมองชายชุดดำด้วยตาที่พร่าเบลอ สติเขากำลังจะหลุดลอยไป
...พรึ่บ...
ชายชุดขาวกระโดดลงมา ยืนหันหลังให้เขาเหมือนเมื่อแรกเจอในป่าสน
“ตายซะเถอะ!!!” เสียงของชายชุดขาวโหดเหี้ยมยิ่งนัก
อูยองหลับตากล่าวคำลาอาจารย์และศิษย์น้องในใจ เขารู้ดีว่าจอมมารชุดขาวจะต้องฆ่าเขา และแล้วสติเขาก็ดับวูบลง
.....
.......
เสี่ยวชาแฝงตัวเข้ามาในโรงเตี๊ยม เขาจับเสียงของศิษย์พี่ได้เป็นระยะๆ แต่ในเมืองหลวงนี้เสียงดังรบกวนการได้ยินเหลือเกิน ผิดกับที่เขาปูซานซึ่งเงียบสงบ แม้ว่าศิษย์พี่จะอยู่ตีนเขาเสี่ยวชาก็ได้ยินเสียงชัดทีเดียว เด็กหนุ่มเดินย่องอยู่บนหลังคาโรงเตี๊ยมเขาไม่แน่ใจว่าศิษย์พี่พักอยู่ห้องไหน เสียงหายใจของศิษย์พี่เบาและรวยรินเหลือเกิน เด็กหนุ่มต้องใช้พลังวัตรอย่างมากในการจับเสียงหายใจของศิษย์พี่แก้มป่อง จนพอจับได้ว่าน่าจะเป็น.....แถวๆนี้
ห้องนี้!!
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นผลักประตูเข้าไป แล้วก็เห็นศิษย์พี่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงเหงื่อเกาะเต็มใบหน้า โดยมีชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาหล่อเหลานั่งเดินพลังอยู่ด้านหลัง เด็กหนุ่มขยับตัวจะเข้าห้ามในทันที
หยุด! เสี่ยวชา ข้ากำลังรักษาอาการของอูยองอยู่
ชายหนุ่มบนเตียงนั่งหลับตา สีหน้าสงบนิ่ง และใช้กำลังภายในพูดกับเขา
เสี่ยวชาชะงัก ตั้งสมาธิฟังเสียงการเดินพลังของชายคนนั้น ก็พบว่าเขากำลังเดินพลังเย็นขับไล่พลังร้อนซึ่งหมายถึงพิษในร่างศิษย์พี่ของเขารวมถึงกำลังประสานกระดูกให้ศิษย์พี่ด้วย แสดงว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังรักษาศิษย์พี่อยู่จริงๆ เสี่ยวชาทึ่งกับพลังวัตรที่สูงส่งของชายตรงหน้า การเดินพลังรักษาคนพร้อมกับพูดกับคนอื่นไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มียอดฝีมือไม่กี่คนเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ได้ เสี่ยวชาจึงเอ่ยถามขึ้น “ท่านเป็นใคร”
ข้าเป็นศิษย์น้องของอาจารย์เจ้า
ชายหนุ่มยังคงใช้กำลังภายในพูดโต้ตอบกับเสี่ยวชา จากการเดินพลังรักษาอูยอง เขาก็มั่นใจว่าศิษย์พี่ใหญ่เขาเป็นอาจารย์ของอูยองแน่ๆ เพราะการเดินลมปราณของอูยองเป็นเช่นเดียวกับศิษย์พี่ใหญ่เขา สมัยเด็กๆพวกเขาเดินพลังรักษาอาการบาดเจ็บให้กันบ่อยๆ จึงรู้จักลมปราณของกันและกันดี
“เจ้ารู้จักอาจารย์ข้ารึ”
อย่าเพิ่งรบกวนข้าเลย ไว้ข้าต่อกระดูกอูยองเสร็จ เรา...มีเรื่องต้องคุยกันอีกมาก
เสี่ยวชาจึงล่าถอยออกไปด้านนอกเพื่อคอยดูแลไม่ให้ใครบุกรุกเข้าไปรบกวนการรักษา เด็กหนุ่มสงสัยเหลือเกินว่าศิษย์พี่เขาไปโดนใครทำร้าย แล้วชายผู้อ้างว่ารู้จักกับอาจารย์เขานั้นรู้จักศิษย์พี่เขาได้อย่างไร
.....
เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม
ประตูห้องถูกเปิดออก ชายหนุ่มหล่อเจ้าของร่างสูงเดินออกมาอย่างสง่า ก่อนจะเล่า“ข้าเป็นศิษย์น้องของอาจารย์เจ้า เราเรียนจากสำนักเดียวกัน แต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อนอาจารย์เจ้าอยากศึกษาตำราแพทย์จึงลาออกจากสำนัก”
เสี่ยวชาถามคำถามอีกหลายข้อเพื่อไขข้อข้องใจ ชายหนุ่มก็ตอบตามตรงโดยไม่มีปิดบัง จนกระทั่งถึงคำถามที่ว่า “ใครทำร้ายศิษย์พี่ข้า ข้าจะไปฆ่ามัน!”
“ข้าฆ่ามันแล้ว แต่มันเป็นใครนั้น ข้าไม่รู้ ข้าเห็นแค่ว่ามันสวมชุดดำ” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม
“อ่า....ข้ารู้แล้ว มันคือศิษย์ของจอมมารทงแดมุน!” เด็กหนุ่มบอก แต่แล้วก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “เจ้าฆ่าคนโดยไม่ถามชื่อและทั้งๆที่ไม่รู้จักอย่างนั้นหรือ”
“มันผู้ใดที่ทำให้อูยองต้องบาดเจ็บแม้ปลายก้อย มันผู้นั้นก็ไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไป!” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

คำตอบของชายหนุ่มทำให้เสี่ยวชาต้องมองชายหนุ่มให้เต็มตาอีกครั้ง ชายหนุ่มรูปงามผู้นี้ต้องมีใจให้ศิษย์พี่เขาเป็นแน่ มิเช่นนั้นคงไม่โกรธจนต้องฆ่าเจ้าโจรนั่น และยังช่วยรักษาศิษย์พี่เขาอีก
“ขอบคุณท่านมากที่ช่วยศิษย์พี่ของข้า แล้ว....จะให้ข้าเรียกท่านว่าอย่างไร” สรรพนามที่ใช้เรียกชายหนุ่มเปลี่ยนไป เพราะชายหนุ่มถือเป็นผู้มีพระคุณของพวกเขาไปแล้ว
“เรียกว่า-อาจารย์รอง-ก็แล้วกัน ข้าตอบคำถามเจ้าหมดแล้ว คราวนี้ถึงคราวเจ้าตอบคำถามข้าบ้าง”
“เชิญท่านถามได้เลย”
“พวกเจ้ามีวรยุทธ์แค่หางอึ่ง แต่พี่ใหญ่ข้าให้พวกเจ้ามาตามหาหญ้าหนวดมังกรงั้นหรือ” ชายหนุ่มถามคำถามที่คาใจในทันที
“เอ่อ...คือ...จริงๆแล้ว...ข้ากับศิษย์พี่...เอ่อ...หนีออกมาท่องยุทธภพเองต่างหาก แล้ว...เรารู้ว่าอาจารย์จะต้องโกรธมากเลยคิดว่าจะหาหญ้าหนวดมังกรไปมอบให้อาจารย์ อาจารย์จะได้ไม่โกรธ” เด็กหนุ่มกล่าวหน้าเครียด
ชายหนุ่มถอนหายใจกับความซุกซนของอูยอง แม้จะเห็นศิษย์พี่ศิษย์น้องคู่นี้ไม่นาน เขาก็รู้ว่าใครมีนิสัยอย่างไร ความคิดดื้อรั้นนี่ต้องเป็นความคิดของอูยองแน่นอน นี่ถ้าเขาปล่อยให้ทั้งคู่ตามหาหญ้าหายากนั่นเองตามลำพัง เกรงว่าทั้งคู่จะต้องจบชีวิตเสียก่อนล่ะมั้ง
“เจ้ากลับไปบอกอาจารย์เจ้าด้วยว่า ข้าจะพาอูยองและหญ้าหนวดมังกรกลับไปเอง” ชายหนุ่มบอกหนักแน่น
เด็กหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อมองสบตากลมที่ส่งประกายแน่วแน่ เด็กหนุ่มรู้สึกโล่งใจที่ศิษย์พี่ของเขามีคนดีมีฝีมืออย่างอาจารย์รองมาคอยปกป้อง มีอาจารย์รองคอยดูแลอย่างนี้เขาค่อยหายห่วงหน่อย
“ข้าลาล่ะ อาจารย์รอง”
ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะก้าวกลับเข้าห้องแต่แล้วก็ชะงัก
“เอ่อ...คือ” เสี่ยวชาเอ่ยขึ้น
“...” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม
“คือ....ศิษย์พี่ข้า...ชอบกินไก่มาก เผื่อท่านอยากรู้” พูดจบเด็กหนุ่มก็กระโดดหายตัวไป
ชายหนุ่มยิ้มในหน้า ก่อนจะเดินเข้าห้องมายืนมองเด็กแก้มป่องที่นอนหลับไม่ได้สติ มือขาวค่อยๆหยิบผ้าขึ้นซับเหงื่อให้อูยองอย่างห่วงใย ชายหนุ่มนึกโทษตัวเองที่ไปถึงช้า ถ้าเขาตามหาอูยองได้เร็วกว่านี้ก็คงจะดี เมื่อครู่เขาได้ถ่ายทอดพลังให้อูยองเพื่อไว้ป้องกันตัว และเพื่อเพิ่มอนุภาพของวิหคหมื่นลี้ด้วย
...
.......
เด็กหนุ่มแก้มป่องส่งเสียงอย่างขัดใจเมื่อดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุด ตอนแรกเขานึกว่าเขาโดนจอมมารฆ่าตายเสียแล้ว แต่ที่ไหนได้เขายังไม่ตาย แต่แขนของจอมมารที่พาดรัดรอบเอวเขานี่แข็งดั่งเช่นปลอกเหล็กง้างเท่าไหร่ก็ไม่ออกซักที และที่แย่ที่สุดลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดแก้มเขาอยู่นี่ก็ทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อดิ้นไม่หลุดเขาจึงเริ่มผลักและทุบตีคนที่นอนกอดเขา แต่จอมมารก็ไม่ตื่นและไม่ยอมปล่อยเสียที มิหนำซ้ำยังจะซุกจมูกลงมาไซร้ซอกคอเขาเสียอีก เด็กหนุ่มเลยโวยวายใส่คนที่แกล้งหลับแล้วนอนกอดเขา “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!!! ไม่งั้นเจ้าได้ตายด้วยน้ำมือข้าแน่ๆ! เจ้าจอมมาร! ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นๆชิ้น!” เด็กหนุ่มด่าทออย่างโมโห
ชายหนุ่มหาสนใจไม่ ร่างในอ้อมกอดนั้นทั้งนิ่มและหอมทำให้เขามีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ ชายหนุ่มพลิกตัวขึ้นซ้อนทับร่างเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง
เมื่อประชันหน้ากันเช่นนี้อูยองรู้สึกอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเหลือเกิน เพราะท่าทางของพวกเขาในตอนนี้ชวนให้ขัดเขินเหลือเกิน “ข้าเป็นผู้ชาย! เจ้ามาทำกับข้าเช่นนี้ได้ไง!”
ชายหนุ่มเฝ้ามองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้เป็นสีแดงจัด “ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นชายรึเป็นหญิง ขอเพียงเป็นเจ้า...อูยอง”
คำพูดนั้นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มหน้าแดงไปกันใหญ่ “นี่เจ้าฝึกวิชามากไปจนธาตุไฟแตกซ่านรึไง?”
“เจ้าต่างหากที่ทำให้ข้าธาตุไฟแตกซ่าน จนข้าแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว เจ้าไม่รู้หรือ”
เด็กหนุ่มหลบตาอีกฝ่ายในทันที พูดไม่ออกแล้ว หัวใจเต้นแรงจนน่าตกใจ หวิวไหวในอกแต่ก็มีความสุขเหลือเกินที่ได้ยินเช่นนั้น อูยองบอกตัวเองว่าเขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เขาควรจะเกลียดจอมมารไม่ใช่ไปชอบ แต่จอมมารก็ดีกับเขาไม่น้อย เด็กหนุ่มรู้ดีว่ากระดูกแขนเขาแหลกละเอียดด้วยน้ำมือชายชุดดำ แต่ตอนนี้เขารู้สึกเป็นปกติดี การต่อกระดูกต้องใช้พลังวัตรมาก จอมมารผู้นี้ยอมสละพลังวัตรตัวเองเพื่อช่วยเขา เพราะอะไรกัน ด้วยความสงสัยอูยองจึงถามขึ้น
“ทั้งๆที่ข้าทำร้ายศิษย์เจ้า ใยเจ้าไม่ฆ่าข้า แถมยังช่วยรักษาอาการข้าอีก เจ้าไม่อยากเอาชีวิตข้ารึ”

“ตอนนี้ชีวิตของเจ้าเป็นของข้าแล้ว เจ้าไม่รู้หรือ” น้ำเสียงอ่อนหวานมากกว่าจะดุดัน ชายหนุ่มไล้ข้อนิ้วกับแก้มกลม และริมฝีปากของเด็กหนุ่ม ตากลมจ้องมองอูยองอย่างหลงใหล ก่อนจะโน้มหน้าลงไปใกล้ริมฝีปากบาง
“หยุดนะ! เจ้าจะทำอะไร” เด็กหนุ่มเอามือดันไหล่อีกคนด้วยหัวใจเต้นแรง
“ก็จะจูบเจ้าอย่างไรเล่า”
“ไม่ได้” ตอบพร้อมใบหน้าที่แดงจัด
“ทำไม!” ใบหน้าหล่อเคร่งขรึมทันที
“ก็...จ...เจ้า...เป็นจอมมาร” ตอบไม่ค่อยเต็มเสียงนัก เพราะก็ไม่รู้ว่าจะให้เหตุผลอะไรดี
ชายหนุ่มยิ้มอย่างเห็นขันก่อนจะบอก “ถ้าข้าไม่ใช่จอมมาร ก็จูบเจ้าได้ใช่หรือไม่”
เด็กหนุ่มยังคงหลบตา ปากบางเม้มแน่น ไม่รู้จะตอบยังไง คิดไปคิดมาก่อนจะตัดสินใจตอบ “ม...อื้อ...”
ชายหนุ่มกดจูบอย่างไม่รีรอ ลิ้มรสความหวานของปากบางอย่างหลงใหลก่อนจะกระซิบ “ข้าจูบเจ้าแล้วนะ”
เด็กหนุ่มก้มหน้างุดหน้าแดงจนถึงใบหูไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้าจอมมารจะพูดเพื่ออะไรกัน “ปล่อยข้าได้รึยังล่ะ!”
“ยัง!” ตอบชัดในทันที ตากลมมองคนตรงหน้าด้วยความรักใคร่ก่อนจะบอกอย่างแน่วแน่ “นอกจากจูบแล้ว ตัวเจ้าก็ต้องเป็นของข้า!”
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตากลมอย่างตกใจ เปิดจังหวะให้ชายหนุ่มได้ดื่มด่ำกับริมฝีปากบางอีกครั้ง ชายหนุ่มเริ่มชักนำให้อีกฝ่ายได้ลิ้มรสความหวานและความสุขไปด้วยกัน มือหนาลูบไล้เข้าไปใต้เสื้อ สร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้เกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อปากได้เป็นอิสระเด็กหนุ่มก็ถามพลางหอบหายใจ “จ..เจ้า...ใช้วิชามาร...อะไร ข้า...แทบ...ไม่ได้หายใจเลย”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนพูดที่หน้าแดงจัด เขาคงจะรุกอูยองมากเกินไป เด็กหนุ่มยังไม่เคยมีประสบการณ์เสียด้วย “ไม่ต้องกลัว ข้าจะถ่ายทอดลมปราณให้เจ้าเอง” พูดจบก็โน้มหน้าเข้าหาริมฝีปากหวานอีกครั้ง
“...” เด็กหนุ่มผู้อ่อนหัดถูกชายหนุ่มจูบอีกครั้ง ก่อนจะคิดได้ว่า...นี่มันจูบชัดๆ ใครว่าถ่ายทอดลมปราณ เจ้าจอมมารโกหก!
ชายทั้งคู่จมดิ่งอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความสุขที่เพิ่งพบเจอ แต่แล้วจู่ๆชายหนุ่มชุดขาวก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวด้านนอกจึงผละจากร่างบางเพื่อฟังให้ชัดว่าเกิดเหตุอันใด นึกโมโหนักที่ใครมาขัดจังหวะความสุข “เจ้ารอข้าอยู่นี่ เดี๋ยวข้ามา” พูดจบชายหนุ่มก็กระโดดออกทางหน้าต่างไป
อูยองนอนสงสัยอยู่บนเตียง จากสีหน้าจอมมารเมื่อครู่น่าจะมีเรื่องอะไรสักอย่าง เขาชักเป็นห่วงจอมมารเสียแล้ว เมื่อรู้ว่าตัวเองรู้สึกเช่นนั้นก็หน้าแดง เขาควรจะเกลียดจอมมารให้มากๆไม่ใช่ไปห่วงจอมมาร และเขาก็ไม่ควรเข้าใกล้จอมมารไม่ใช่ไปเคลิบเคลิ้มและคล้อยตามจนถึงกับเสียจูบแรกไป นี่ถ้าไม่โดนขัดจังหวะ อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้
ด้านชายหนุ่มชุดขาว เขากระโดดมาบนหลังคาและพบเสี่ยวชายืนอยู่ แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยถาม เด็กหนุ่มก็ร้อนตัวรีบบอกเสียก่อน “ข้า... แค่อยากมาร่ำลาศิษย์พี่เสียหน่อย ถ้าข้าหายไปเฉยๆ ศิษย์พี่จะเป็นห่วงได้”
เสี่ยวชาก้มหน้าสำนึกผิด เด็กหนุ่มแค่อยากจะมาร่ำลาศิษย์พี่ แต่อาจารย์รองฝีมือเยี่ยมนัก รู้การเคลื่อนไหวของเขาทั้งๆที่เขายังไม่ได้เข้าใกล้ศิษย์เลย
ชายหนุ่มชุดขาวนิ่งคิดอย่างเข้าใจ จึงพยักหน้าอย่างเห็นใจและยอมเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้คุยกัน
.....
อูยองที่อยู่คนเดียวในห้องกำลังมองซ้ายมองขวาหาทางหนีจอมมาร แต่แล้วศิษย์น้องก็โผล่มาทางหน้าต่าง เด็กหนุ่มทั้งคู่โผเข้ากอดกันด้วยความเป็นห่วงและคิดถึง
“เสี่ยวชา เจ้าหายไปไหนมา เจ้าไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ข้าเป็นห่วงแทบแย่” อูยองพูดรัวเร็วแทบไม่หายใจ
“ข้าปลอดภัยดี ศิษย์พี่ไม่ต้องเป็นห่วง” แล้วทั้งคู่ก็ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันว่าเป็นเช่นไร ในช่วงที่ไม่ได้เจอกัน
“เจ้ามาก็ดีช่วยข้าด้วย พาข้าหนีไปทีจอมมารมันจับตัวข้ามา” อูยองเอ่ยเมื่อนึกขึ้นได้
ศิษย์น้องขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำว่า-จอมมารมันจับตัวข้ามา- “จอมมารที่ไหนกัน?”
“ก็จอมมารทงแดมุนไงเล่า มันอำมหิตมากเลย”
“อำมหิต?”
“เอ่อ....” อูยองไม่รู้จะอธิบายยังไง จอมมารไว้ชีวิตเขา จอมมารประสานกระดูกให้เขา จอมมารหาที่พักและอาหารให้เขา เมื่อคิดๆดูก็ไม่มีเรื่องอำมหิตอะไรเลย จะมีก็แต่เรื่องที่จอมมารชอบแต๊ะอั๋งเขาเท่านั้น แต่จะเล่าเรื่องนี้ได้ยังไงกัน “เหอะน่า...อำมหิตก็แล้วกัน อ๊ะ..มันมาแล้ว ระวังนะ” ไม่พูดเปล่าอูยองใช้ตัวเองบังศิษย์น้องเอาไว้ เขาไม่ยอมให้จอมมารทำอันตรายเสี่ยวชาเด็ดขาด
ชายหนุ่มเดินเข้ามาตามองเสี่ยวชา พลางใช้กำลังภายในพูดกับเสี่ยวชา ข้าสั่งไก่ทอดของชอบของอูยองตามที่เจ้าบอกแล้ว
เสี่ยวชาที่ยืนอยู่ด้านหลังอูยองยิ้มให้กับอาจารย์รอง
“หยุดนะเจ้าจอมมาร! ถ้าคิดจะทำอะไรเสี่ยวชา ต้องข้ามศพข้าไปก่อน!” อูยองบอกอย่างห้าวหาญเมื่อเห็นจอมมารมองเสี่ยวชานิ่ง เขาต้องปกป้องเสี่ยวชา
“เจ้ากล้าเอาชีวิตเจ้ามาต่อรองงั้นรึ ข้าบอกแล้วว่า...ชีวิตเจ้าเป็นของข้า เพราะฉะนั้นอย่าได้เที่ยวเอาไปต่อรองกับใครอีก” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม เล่นเอาเสี่ยวชาอมยิ้ม แต่คนแก้มป่องเม้มปากอย่างขุ่นเคือง
“เจ้าจอมมาร! โอหังนัก ศิษย์น้องพาข้าหนีเร็ว” อูยองหันไปบอกเสี่ยวชา
เสี่ยวชาญทำหน้าเพลียๆ อยากจะบอกศิษย์พี่ว่านั่นน่ะ....อาจารย์รองต่างหากเล่าไม่ใช่จอมมาร... แต่ฉุกคิดว่าเหตุใดอาจารย์รองจึงปล่อยให้ศิษย์พี่เข้าใจผิดว่าเป็นจอมมารเล่า อาจารย์รองน่าจมีเหตุผลที่ไม่ยอมบอกความจริง ถ้าอย่างนั้น...เขาก็จะไม่บอกอะไรเช่นกัน
“อูยอง นี่เจ้าคิดว่าศิษย์น้องมาช่วยเจ้างั้นสิ จริงๆแล้วข้าเป็นคนจับมาต่างหาก” ชายหนุ่มแกล้งกุเรื่อง เขาไม่อยากคอยระแวงว่าอูยองจะหนีเขาไปไหนอีก จึงคิดใช้ความรักที่อูยองมีต่อศิษย์น้องต่อรอง
“ห๊า!! เจ้าปล่อยเสี่ยวชาไปเดี๋ยวนี้นะ!”
“ได้!! แต่เจ้าต้องอยู่เป็นตัวประกันให้ข้า ถ้าเจ้าคิดจะหนีหรือคิดทำร้ายข้า ข้าจะตามไปปลิดชีวิตศิษย์น้องเจ้า”
“ได้ เสี่ยวชาเจ้ารีบหนีไป ไม่ต้องเป็นห่วงข้า เข้าใจมั้ย” อูยองหันไปร่ำลาศิษย์น้อง
“ศิษย์พี่ไม่ต้องห่วง ข้าจะกลับเขาปูซานเดี๋ยวนี้แหละ ข้าไปล่ะนะ” เสี่ยวชายิ้มกว้างให้อูยอง ก่อนจะกระโดดหนีหายไป เขาจะต้องห่วงอะไรในเมื่อศิษย์พี่มีอาจารย์รองคอยดูแล หญ้าหนวดมังกรนั้นอาจารย์รองก็รับปากว่าจะนำกลับไปให้ เมื่อไม่มีภารกิจใดแล้วเขาก็ควรจะกลับขึ้นเขา
...........
วันนี้อูยองเจริญอาหารมากกว่าปกติเพราะมีไก่ทอดของโปรดของเขา ช่างบังเอิญเสียจริงๆที่วันนี้จอมมารสั่งไก่ทอด เด็กหนุ่มกินอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สนใจว่าตากลมจะจ้องมองเขา เมื่อกินอิ่มเด็กหนุ่มก็ขอออกไปยืดเส้นยืดสายด้านนอกบ้าง ตั้งแต่เขาฟื้นขึ้นมา เขาก็อยู่แต่ในห้องไม่ได้ออกไปไหนเลย แม้แต่อาหารจอมมารก็สั่งให้เสี่ยวเอ้อยกขึ้นมาบนห้อง วันทั้งวันเห็นหน้าเจ้าจอมมารจนเบื่อแล้ว แถมอยู่ด้วยกันก็มีแต่จะโดนลวนลาม คำพูดของจอมมารยังก้องอยู่ในหูเขาเลยว่า...ตัวเขาจะต้องตกเป็นของจอมมาร เด็กหนุ่มเอาตัวรอดด้วยการอ้างว่าตนยังไม่แข็งแรงต้องพักรักษาตัว แต่ถึงกระนั้นจอมมารก็ยังขอถ่ายทอดลมปราณอยู่นั่น - -"
เด็กหนุ่มเดินดูร้านค้าที่ขายของข้างทางอย่างตื่นตาตื่นใจ จะอึดอัดก็แค่ว่ามีจอมมารเดินตามไม่ห่างเหมือนเงานั่นต่างหาก ไม่สิ...เขารำคาญสายตาของบรรดาสาวๆ ที่มองคนข้างๆเขาด้วยสายตาหยาดเยิ้มมากกว่า ด้วยท่าทางที่สง่าผ่าเผยและใบหน้าที่หล่อเหลาทำให้ผู้คนต่างมองชายหนุ่มชุดขาวเป็นตาเดียว แต่เจ้าตัวหาสนใจไม่คอยแต่จะหันมามองหน้าเขาอยู่ได้

“คุณชายท่านนี้ ไม่สนใจมีดสักด้ามรึ” หญิงสาวเจ้าของร้านทักชายหนุ่มชุดขาว
อูยองนึกเคืองแม่สาวคนขายนัก ทั้งๆที่เขากับจอมมารเดินมาข้างกันแท้ๆ แต่สาวเจ้ากลับทักทายพูดคุย ยิ้มหวานขายมีดให้กับเจ้าจอมมาร อูยองเหลือบมองใบหน้าหล่อที่ยืนอยู่ข้างๆเขาพลางคิด คุณชายงั้นหรอ จอมมารต่างหากเล่า ไม่ใช่จอมมารธรรมดาด้วยเป็นจอมมารเจ้าเล่ห์! จอมมารฉวยโอกาส! จอมมารหน้าไม่อาย! จอมมารเผด็จการ! จอมมาร.....
“นี่เจ้ากำลังด่าข้าในใจใช่มั้ย” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม
“...” เด็กหนุ่มสะดุ้งเมื่อโดนจับได้ จึงรีบเดินเข้าร้านมีดของแม่สาวคนขาย และแสร้งเดินไปดูมีดพก
ชายหนุ่มยิ้มเมื่อเห็นท่าทางตกใจที่น่ารักนั่น ก่อนจะเดินตามไป “เจ้าจะซื้อมีดสั้นไปทำไม”
“ก็เอาไว้ป้องกันตัวสิ”
“มีข้าอยู่ทั้งคน เจ้าไม่ต้องพกมีดหรอก” ชายหนุ่มตอบจากใจ ถ้าเขายังอยู่ จะไม่มีใครทำอะไรอูยองได้
“ก็เพราะมีเจ้าอยู่น่ะสิ ข้าถึงต้องพกมีด”
ชายหนุ่มหัวเราะลั่น ตกลงอูยองระแวงเขาอย่างนั้นหรือ แต่เจ้าตัวรู้รึไม่ว่ามีดแค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้สักนิด
“หัวเราะเข้าไป ระวังให้ดีเหอะข้าจะแทงเจ้าสักวัน” บอกอย่างเข่นเขี้ยวที่เห็นอีกฝ่ายหัวเราะเยาะเขา
“เจ้าคิดว่าข้ากลัวตายรึ ไม่เลย ข้าบอกแล้วว่าข้ายอมตายด้วยน้ำมือเจ้า” ชายหนุ่มบอกย้ำอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่คนฟังหน้าซับสีเลือดจนต้องรีบเดินออกจากร้าน “ไปร้านอื่นดีกว่า”
...ฟิ่ว....
กระบี่ที่ใช้ต่อสู้บนเวที หลุดมือกระเด็นเข้าใส่อูยองที่เพิ่งเดินออกจากร้านมีด
...พรึ่บ...
ชายหนุ่มชุดขาวยื่นมือมารับกระบี่ได้ทันก่อนที่กระบี่จะถึงตัวอูยอง

“...” อูยองยืนตาโต นึกว่าจะโดนกระบี่แทงเข้าให้เสียแล้ว
“คุณชายฝีมือเยี่ยมจริงๆ” เสียงชื่นชมรอบข้างดังให้ได้ยิน
ชายหนุ่มหาได้ยินดีกับเสียงชื่นชมรอบข้างไม่ กลับมีสีหน้าเป็นห่วงอูยองมากกว่าที่ดูจะตกใจ “ข้าบอกแล้ว ถ้ามีข้าอยู่เจ้าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”
“ใครบอกว่าข้ากลัว จอมยุทธ์ไม่รักตัวกลัวตายหรอก" อูยองเชิดหน้าบอกแก้เก้อ แม้จะนึกขอบคุณจอมมารที่ช่วยไว้
ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะกระซิบให้ได้ยินกัน 2 คน “ถ้าคืนนี้เจ้าต้องตกเป็นของข้า เจ้าก็คงไม่กลัว”
อูยองหน้าแดงขึ้นทันใดเมื่อเข้าใจความหมาย “นี่เจ้า!! ถ้าเจ้ากล้า ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นๆชิ้นเลยคอยดู!” เด็กหนุ่มโวยวายก่อนจะเม้มปากแน่นอย่างไม่รู้จะพูดยังไง หรือจัดการเจ้าจอมมารที่จ้องแต่จะลวนลามและแต๊ะอั๋งเขาดี
edit @ 11 Oct 2011 22:03:23 by HusWife & The Gang

ท่านอาจารย์รองหื่นสมกะที่ไรเตอร์บอกไว้จริงๆ กร๊ากกก อยากเห็นเจ้าจอมยุทธ์น้อยงอนอาจารย์รองอะ จัดหนักตลอดเวลาขนาดนี้ ถ้าเด็กงอนขึ้นมาแล้วอาจารย์จะง้อยังไงวุ้ย
เสี่ยวชาก็นะรวมหัวกับอาจารย์รองหลอกศิษย์พี่ซะงั้น คิคิ
ว่าแต่คืนนี้เด็กด้งจะรอดมืออิพี่มั๊ยเนี่ย หุหุ
#1 By khundong (124.120.248.38) on 2011-10-11 23:12