[Fic] All for you : 22

posted on 27 Jun 2016 20:14 by have-a-khunday in FanFiction

Fan Fiction (BOY LOVE)

Title : All for you

Paring : Khun x Woo

Type : Romantic Comedy

Rate : PG 13

 

 

Warning   ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ชายรักชาย หากรับไม่ได้กรุณปิดหน้าต่างไปได้เลยค่ะ  และเป็นฟิคที่แต่งจากจินตนาการ มิใช่เรื่องจริง อาจมีชื่อตัวละครพ้อง/เหมือนกับศิลปินคนหนึ่งคนใด แต่มิได้มีเจตนาทำร้าย หรือสร้างความเสียหายให้แก่ศิลปินแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
 
 
 
 
 
 
 
Chapter 22
 
 
 
 
 
 
 

 

....เปรี้ยง....

 

เสียงปืนดังขึ้นด้านหน้า คงเป็นพวกแทคยอนที่บุกเข้ามาตามเวลานัด

 

 

 

.

 

.

 

 

“เฮ้ย! คุ้มกันกู!” นายพลจางตะโกน พร้อมก้มตัวต่ำ

 

ชาย 3 คน หันไปตามที่มาของเสียง โดยคนนึงคอยยิงคุ้มกัน และอีก 2 คน เอาตัวเข้าบังนายพลตามหน้าที่ทันที 

 

 

อูยองหลับตาปี๋เมื่อได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ศรีษะก้มต่ำตามสัญชาติญาณ หัวใจแทบหยุดเต้น ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวตรงมือที่ถูกมัดไพล่หลังไว้ เด็กหนุ่มเบือนหน้ากลับไปมอง 

 

!!!!

 

ปากบางอ้ากว้าง เกือบหลุดอุทานออกมา ดีที่นิชคุณยกนิ้วชี้ขึ้นบังปากเป็นสัญญาณให้เขางียบเสียก่อน

 

หัวใจที่บีบหนักๆเมื่อครู่กำลังเต้นเร็วด้วยความตื่นเต้นดีใจ นิชคุณมาแล้วจริงๆ นิชคุณไม่ทิ้งเขาจริงๆด้วย เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว เด็กหนุ่มเม้มปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกทั้งหมดไว้

 

“ไปหลบหลังเครื่องนั่น เร็ว!” นิชคุณกระซิบขณะตัดเชือกที่แขนและขาให้อูยอง ตาคมคอยเหลือบมองพวกนายพลจางที่ยังคงสนใจกับทิศที่เสียงปืนดัง ไม่ได้ระวังด้านหลัง

 

“...” อูยองพยักหน้าแล้วรีบวิ่งไปทันที โดยมีนิชคุณคอยระวังหลังให้

 

“เฮ้ย! มันหนีแล้ว!!!” นายพลจางตาค้าง เพราะตอนนี้เหลือเพียงเก้าอี้เปล่าและเชือกที่ขาด เมื่อครู่ยังอยู่เลย เวลาแค่แป๊ปเดียวหายไปได้อย่างไร

 

 

!!!!

1 ในชายฉกรรจ์ที่คุ้มกันนายพล เริ่มมองหาว่าอูยองอยู่ไหน

 

.

 

.

 

 

“บาดเจ็บตรงไหนมั้ย” เสียงทุ้มถามอย่างเป็นห่วง มือใหญ่จับมือเล็กมากุมไว้ก่อนจะยัดปืนอีกกระบอกนึงให้

 

“...” อูยองส่ายหน้าแทนคำตอบว่าเขาไม่เป็นอะไร แต่แล้วก็อ้าปากค้างเมื่อรู้ว่านิชคุณส่งปืนให้ หัวใจเริ่มบีบตัวอีกครั้ง ถึงเขาจะเคยซ้อมยิงปืนมาหลายครั้ง แต่นั่นมันคือการซ้อมกับเป้ากระดาษ หากวันนี้..ตอนนี้...มันคือการยิงคนจริงๆ

 

มีชีวิตเป็นเดิมพัน ใครจะไม่กลัว!

 

 

“เฮ้ย! มันอยู่นั่น!” ชายที่คุ้มกันนายพลค่อยๆเดินสำรวจหาอูยอง พอเห็นเข้าก็ร้อง พร้อมทั้งยิงปืนเข้าใส่

 

นิชคุณยิงสวนกลับไปโดยอาศัยเครื่องจักรเป็นที่กำบัง กระสุนเข้าไหล่ขวาชายคนนั้นอย่างจังจนมันทำปืนหลุดมือ คราวนี้พวกมันเลยเริ่มชุลมุนเพราะไม่นึกว่าจะต้องระวังทั้งข้างหน้าข้างหลัง แต่คนที่บุกมาด้านหน้ามีมากกว่า พวกมันจึงแบ่งคนไปรับมือด้านหน้ามากขึ้น

 

“ใส่ไว้ซะ” นิชคุณถอดเสื้อเกราะกันกระสุนส่งให้เด็กหนุ่มผมทอง ก่อนจะหันไปมองอีกด้านของเครื่องจักร

 

เด็กหนุ่มมองเสื้อกันกระสุนสีดำด้วยความรู้สึกตื่นกลัว ไม่เคยนึกว่าตัวเองจะตกอยู่ในสถานการณ์คับขันจนต้องใส่เสื้อเกราะกันกระสุน มือเล็กถือเสื้อค้างนิ่ง “แล้ว...ผู้พัน...”

 

“ใส่เร็วๆ!” สั่งเสียงห้วน แม้ปากจะโต้ตอบแต่มือก็เหนี่ยวไกสวนออกไปพร้อมกัน

 

“...” อูยองไม่มีทางเลือก ต้องใส่เสื้อตามที่นิชคุณสั่ง ตอนนี้สถานการณ์คับขันมาก เขาต้องเชื่อฟังนิชคุณ

 

“เดี๋ยวฉันให้สัญญาณ นายวิ่งไปทางนั้นแล้วหลบอยู่หลังตู้เหล็กนั่น เข้าใจนะ! วิ่ง!” ผู้พันหนุ่มวิ่งโดยใช้ตัวบังอูยองไว้ มือกระชับปืนมั่นยิงสวนออกไปเพื่อคุ้มกันอูยอง โดนอกซ้ายของพวกมันบ้าง โดนหัวบ้าง ชายหนุ่มยังคงยิงสวนไปอีกก่อนจะหลบหลังตู้เหล็ก

 

ตอนนี้พวกมันบางส่วนกำลังคุ้มกันนายพลจางเพื่อพาหนีออกไป แต่พวกแทคยอนก็ไม่ยอมปล่อยให้หนีง่ายๆ พวกมันบางส่วนหันมาไล่ยิ่งเขาเพื่อจะจับอูยอง

 

อูยองพิงหลังตัวเองกับตู้เหล็ก ตาเรียวตวัดมองชายหนุ่มข้างๆ ที่ยื่นหน้า พร้อมยิงปืนสวนออกไป เสียงปืนยังดังไม่หยุดโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าอีกฟากเกิดอะไรขึ้น เขาได้แต่ทำตามที่นิชคุณบอก ดีที่มีคนข้างๆเลยทำให้เขาหายใจโล่งขึ้น ไม่กลัวลนลานเป็นบ้าไปเสียก่อน

 

“อูยอง ฟังฉันให้ดีนะ พอฉันให้สัญญาณ นายก้มตัวต่ำแล้ววิ่งไปที่หน้าต่างบานนั้น กระโดดออกไปแล้วหลบอยู่ตรงหลังหน้าต่างนะ ฉันจะยิงคุ้มกันให้ แล้วถ้าฉันบอกให้วิ่ง นายวิ่งเลาะกำแพงตึกไปทางเสาไฟฟ้าด้านขวา วิ่งไปจนสุดตึกแล้วเลี้ยวขวา จะเป็นจุดนัดพบ ทหารกับชานซองรอนายอยู่ อย่าลืมว่าเวลาวิ่งต้องก้มตัวให้ต่ำกว่าหน้าต่าง เข้าใจมั้ย!” นิชคุณบอกพร้อมเปลี่ยนกระสุนด้วยความรวดเร็ว เพราะสถานะการณ์ตอนนี้พวกมันเริ่มรุมเขาหนัก เขาต้องรีบส่งอูยองออกไปให้พ้นพื้นที่อันตรายตรงนี้ก่อน

 

“แล้วผู้พันล่ะ”

 

“ทำตามที่บอก วิ่งไปข้างหน้า ไม่ต้องหันหลังกลับมามอง! เข้าใจนะ ไป!” นิชคุณบอกแล้วหันกลับไปยิงสวน

 

ปืนแต่ละนัดโดนพวกมันทุกนัด ไม่มีพลาด หางตาตวัดมองร่างเล็กที่กระโดดผลุบหายไปหลังหน้าต่างด้วยความโล่งอก

 

เมื่อสบโอกาส นิชคุณก็รีบพุ่งตัวออกทางหน้าต่างอีกบานเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกมัน โดยไม่ลืมคว้ากล้องถ่ายวีดีโอขนาดเล็กที่ติดไว้ตรงมุมหน้าต่างติดมือมาด้วย

 

อูยองคลานเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แค่ไม่มีร่างหนาที่คุ้นเคยคอยอยู่ข้างๆ ความมั่นใจก็หดหายแทบไม่เหลือ ความกลัวก็คืบคลานเข้ามา มือยังถือปืนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แม้จะยังไม่ได้ยิงสักครั้ง ระหว่างที่คลานก็ได้ยินเสียงนิชคุณยิงปืนทางช่องหน้าต่างอีกหลายนัด ได้แต่ภาวนาขอให้นิชคุณปลอดภัยไม่โดนกระสุน

 

พวกมันบางส่วนกระโดดออกนอกหน้าต่างมาใกล้จุดที่นิชคุณอยู่ ร่างกายผู้พันหนุ่มทำงานไวตามสัญชาตญาณที่ฝึกมาอย่างชำนาญ นิชคุณยิงปืนใส่ท้องมันไป 3 นัด แล้วรีบคว้าตัวมันมาเป็นเกราะรับกระสุนที่เพื่อนมันยิงมาจากอีกด้านพอดี แขนล่ำยื่นออกไปข้างลำตัวยิงใส่ไอ่คนถือปืนอีกฟากนึง กระสุนเจาะหัวตายทันที จากหางตาผู้พันหนุ่มเห็นพวกมันอีกคนโผล่มาจากตู้เหล็กจึงยิงสวนออกไป แล้วรีบวิ่งเลาะหน้าต่าง ตามอูยองไป ระหว่างวิ่งมือก็ทำการบรรจุกระสุนใหม่ทันที

 

ตาคมมองไปสุดตึกเห็นชานซองออกมารับอูยองพอดี ทำเอาเขาโล่งอกเมื่อรู้ว่าอูยองถึงจุดนัดพบแล้ว

 

“อูยองปลอดภัยแล้ว กำลังจะพาออกไป” ชานซองพูดใส่วิทยุสื่อสาร ตามแผนต้องพาอูยองออกไปก่อน แล้วพวกเขาจะเก็บกวาดที่นี่เอง

 

อูยองถูกพาขึ้นรถไป ขณะที่ประตูกำลังจะปิด เด็กหนุ่มเห็นนิชคุณกำลังวิ่งมาทางนี้ แต่ด้านหลังก็มีพวกมือปืนหลายคนวิ่งตามมา

 

...ครืด...

 

ประตูรถปิดลง

 

 

 

...เปรี้ยง....

 

เสียงปืนดังขึ้น

 

อูยองใจหายวูบ อยากจะวิ่งออกไปเหลือเกิน ได้แต่ภาวนาให้นิชคุณปลอดภัย

 

นิชคุณกลิ้งตัวลงกับพื้นแล้วยิงสวนกลับไป ก่อนจะพลิกตัวหลบเข้ามุมตึกเพื่อหลบกระสุน นิชคุณเอนตัวราบกับพื้น ยื่นหน้าออกไปแล้วยิงสวนเพื่อสะกัดไม่ให้พวกมันตามอูยอง พวกมันเริ่มแห่กันมาทางนี้มากขึ้นเพราะด้านหน้าแทคยอนและทหารมีมากกว่าตรงที่เขาอยู่ ตามแผนที่วางไว้เมื่อกันอูยองออกไปพ้นพื้นที่อันตรายแล้ว ทหารอีกส่วนนึงจะบุกมาทางด้านที่เขาอยู่เพื่อตลบหลัง แล้วล้อมจับพวกนายพลจาง

 

...เปรี้ยง....

 

เสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด

 

ตาคมมองไปตามต้นเสียง เห็นทหารในชุดเสื้อเกราะ เริ่มบุกเพื่อปิดล้อมพวกผู้ร้าย

 

นิชคุณลุกขึ้นยืน วิ่งไปสมทบกับทหารที่บุกมาถึง แล้วเดินหน้าต้อนพวกคนร้ายตามแผนที่วางไว้ เขาต้องจับนายพลจางให้ได้! จะไม่ปล่อยให้มาทำร้ายอูยองได้อีกต่อไป!

 

 

....เปรี้ยง....

 

....เปรี้ยง....

 

นิชคุณยิงสวนไปทางบันไดชั้น 2 เมื่อเห็นคนโผล่ขึ้นมา และเล็งปืนมาทางพวกเขา

 

 

คิ้วหนาขมวดเพราะความเจ็บแล่นริ้วขึ้นมาทีเดียว

 

....เปรี้ยง....

 

ตาคมเล็งอีกครั้งแล้วเหนี่ยวไกอย่างไม่ลังเล

 

...ตุ้บ...

 

ร่างผู้ร้ายล้มตกลงมกจากชั้น 2

 

 

 

 

นิชคุณยังคงพาทหารเดินหน้าบุกต่อเพื่อล้อมจับนายพลจางให้ได้ ลูกสมุนเหล่านี้ไม่ใช่เป้าหมายของเขา

 

“สะกัดรถตู้สีดำไว้ อย่าให้ออกไป” เสียงแทคยอนตะโกนผ่านวิทยุสื่อสาร

 

นิชคุณรีบวิ่งอ้อมตึกร้างไปดักด้านหน้า ตาคมจ้องเขม็งไปที่ล้อหน้าด้านขวา พร้อมเหนี่ยวไกยิงเต็มที่

 

 

....เปรี้ยง....

 

....เปรี้ยง....

 

....เอี๊ยด....

 

รถตู้ล้มคว่ำ

 

 

.....

 

...........

 

 

บ้านพักผู้พันนิชคุณ ตอนเช้า

 

 

“ขอบคุณผู้พันมากสำหรับคลิป และข้อมูลต่างๆ เป็นประโยชน์กับทางเรามาก ตอนแรกผู้ต้องหาแย้งว่าเขาบุกมาช่วยคุณอูยอง ดีที่เรามีคลิปของผู้พันยืนยันว่าเขาคือผู้ต้องหา อีกทั้งเรายังพบเอกสารการยกหุ้นในสถานที่เกิดเหตุด้วย หลักฐานแน่นหนาขนาดนี้ดิ้นไม่หลุดแล้วล่ะครับ” นายตำรวจใหญ่ของกรมตำรวจเจจูเอ่ยขอบคุณ สายตามองไปยังผู้พันหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟา ต้นขาขวามีผ้าพันแผลที่โดนกระสุนวางพาดอยู่บนเก้าอี้อีกตัว

 

“ได้ยินว่าเขามีเพื่อนเป็นทหารตำรวจมากมาย” ผู้พันหนุ่มเอ่ยถาม

 

“ผิดก็ต้องว่าไปตามผิดครับ หลักฐานแน่นหนาขนาดนี้ สำนวนจะเขียนเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ผู้พันและคุณอูยองจะได้ความยุติธรรมแน่ ตอนนี้ผู้ต้องหาก็ถูกคุมขังรอส่งฟ้องศาลแล้วครับ” นายตำรวจยืนยันเสียงหนักแน่น คดีนี้เป็นคดีใหญ่ที่มีนายทหารยศสูงเกี่ยวพัน ตำรวจสืบสวนต้องให้ความเป็นธรรม

 

“แล้วลูกสาวท่านนายพลล่ะ”

 

“หนีออกนอกประเทศไปแล้วครับ แต่เรากำลังสืบสวนหาหลักฐานว่าเชื่อมโยงได้แค่ไหน ถ้าพบว่าสมรู้ร่วมคิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายครับ”

 

“ขอบคุณมากครับ”

 

“ผมไม่รบกวนแล้วครับ แค่แวะมาแจ้งข่าวความคืบหน้าคดีเท่านั้น ขอให้หายไวๆนะครับผู้พัน” นายตำรวจทำความเคารพในแบบตำรวจก่อนจะกลับไป

 

อูยองเดินมานั่งข้างๆนิชคุณบนโซฟาตัวเดียวกันหลังจากที่นายตำรวจทั้งหลายกลับไป ตาเรียวมองผู้พันหนุ่มด้วยแววตาหม่นแสง ก่อนจะแลเลยไปยังผ้าพันแผลที่ต้นขา โชคดีที่กระสุนแค่ถากต้นขาไม่ได้ฝังใน ภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัวเด็กหนุ่มพาลให้มือสั่นอีกครั้ง เหตุการณ์เมื่อคืนได้สร้างบาดแผลให้กับทุกคน ไม่มีใครได้ประโยชน์เลยสักคนเดียว! ไม่ว่าจะลุงจางที่ถูกดำเนินคดี พี่มินจีที่ต้องหนีออกนอกประเทศ ลูกสมุนที่บาดเจ็บล้มตาย นิชคุณที่บาดเจ็บต้นขาขวา ตัวเขารวมถึงทหารและตำรวจคนอื่นที่บ้างก็บาดเจ็บ บ้างโดนยิง บ้างก็ฟกช้ำ

 

“เรื่องจบลงแล้ว ไม่ต้องกังวล” เสียงทุ้มเอ่ยปลอบ มือใหญ่ยกขึ้นลูบหัวเด็กหนุ่มอย่างปลอบโยน

 

“ขอบคุณนะครับผู้พัน” ถ้าไม่มีนิชคุณเขาคงตายไปแล้ว คำว่าขอบคุณไม่รู้ต้องพูดกี่ครั้งถึงจะเพียงพอ

 

“...”

 

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”

 

“เปลี่ยนเป็นหอมแก้มได้มั้ย”

 

ตาเรียวเบิกกว้างเมื่อได้ฟัง ผู้พันหื่นมาอีกแล้ว! นี่บาดเจ็บอยู่ยังคิดเรื่องแบบนี้ได้อีก!

 

ผู้พันหนุ่มยกยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของเด็กหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะบอกด้วยเสียงปนขัน ตาคมมีประกายแวววาว “ล้อเล่นน่า”

 

เด็กหนุ่มหรี่ตามองคนพูด เขาไม่อยากเชื่อหรอกว่านิชคุณแค่ล้อเล่น

 

เพียงครู่เดียวที่เขาสบตาดำสนิทที่คุ้นตา คุ้นใจ ริมฝีปากหนาของนิชคุณก็ยื่นเข้ามา

 

 

...จุ๊บ...

 

...อ๊ะ...

 

!!

 

ริมฝีปากหนาสัมผัสกับริมฝีปากปาง

 

แขนหนาเอื้อมไปรั้งท้ายทอยเด็กหนุ่มไว้ไม่ให้ขยับหนี

 

คนป่วยสอดลิ้นเข้าไปสัมผัสความหวานของกลีบปากบางอย่างโหยหา อูยองมักทำให้ผู้พันหนุ่มสั่นสะท้านได้ทุกที

 

 

 

เมื่อนิชคุณผละจูบก็พบว่าอูยองหน้าแดงซ่านจนถึงใบหู ปากแดงฉ่ำน่ามองที่สุด อูยองหลุบตาต่ำไม่กล้าสบตาคมที่มองมาเหมือนจะกลืนกินกันเสียอย่างนั้น

 

 

 

“อะฮี่ม!!” เสียงกระแอมดังมาจากหน้าบ้าน

 

ไม่ต้องหันไปดูผู้พันหนุ่มก็รู้ว่าเป็นเสียงบรรดาเพื่อนรักทั้งหลายนั่นเอง อูยองเองก็รีบขยับตัวลุกขึ้นยืนอย่างร้อนตัว จากที่อายอยู่แล้วคราวนี้แทบจะแงะพื้นบ้านพักมุดลงไปหลบเลยทีเดียว

 

“ไม่ต้องอายอูยอง ดูอย่างผู้พันสิ นี่ถ้ากระสุนปืนยิงถูกหน้านี่ไม่เข้านะ ไม่มีแม้แต่รอยถลอก อย่างหนา!” แทคยอนเอ่ยเสียงดัง พลางเดินนำเข้ามา

 

ผู้พันหนุ่มไม่เถียงสักคำ เพียงอมยิ้มบางๆคล้ายภูมิใจ

 

“พวกผมเอาของกินมาด้วย กลัวผู้พันเหงาเลยว่าจะมากินเป็นเพื่อน สงสัยจะกลายเป็นก้างเสียแล้วล่ะมั้ง” แจบอมเอ่ยแซวอย่างอารมณ์ดี จริงๆเขาเพิ่งทำแผลให้นิชคุณเมื่อเช้าแล้วนิชคุณก็แยกกลับมาพักที่บ้านพัก

 

“ผมไปช่วยชานซองกับจุนโฮนะครับ” อูยองเดินตามชานซองเข้าไปในครัว หนีดีกว่า อยู่ตรงนี้คงโดนแซวตัวระเบิดแน่ๆ

 

“บ้านกูไม่ใช่สวนสาธารณะให้พวกมึงมาปิคนิกแดรกข้าวนะเว้ย แม่ม....นึกจะมาก็มา บุกเข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง” นิชคุณแกล้งแซว

 

“ส่งเสียงกระแอมหลายทีแล้ว แต่คนกำลังหื่นไม่ได้ยินเสียงอะไรหรอก” แทคยอนเน้นเสียงตรงคำว่า-หื่น-

 

“มึงเห็นแล้วทำไมไม่ย่องกลับไปเงียบๆวะ กระแอมหาพ่องหรอ! แล้วยังหน้าด้านเข้ามาอีก!” นิชคุณบ่นเพราะโดนขัดจังหวะ

 

“ในฐานะหมอ ผมขอเตือนหน่อย แผลที่ต้นขาผู้พันต้องระวังอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวต้นขาสักพัก เรื่องหื่นต้องพักหลายเดือน” แจมบอมบอกเสียงจริงจังแต่ตามีประกายหยอกล้อ

 

“หลายเดือน! แผลถากขาแค่นี้อะนะ กูขาขาดหรือไง! ไอ่หมอเถื่อน!” ขาข้างที่ไม่โดนกระสุนยกขึ้นจะเตะหมอเถื่อน แต่หมอเถื่อนว่องไวหลบได้อย่างรู้ทัน

 

เสียงหัวเราะเฮฮาดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี ก่อนแจบอมจะตะโกนเข้าไปในครัวอย่างรู้ทัน “อูยอง!! ถ้าผู้พันขอให้อาบน้ำหรือเช็ดตัวให้ มึงห้ามทำนะเว้ย เดี๋ยวแผลโดนน้ำจะไม่หาย”

 

“ได้ยังไงวะ ไม่เช็ดตัวก็สกปรกแย่สิวะ”

 

“อย่าสำออยหน่อยเลยผู้พัน ผู้พันเคยไม่อาบน้ำตั้งอาทิตย์นึง อย่ามาทำเป็นรักสะอาดหน่อยเลย” แทคยอนร่วมแฉ

 

“นั่นมันเหตุจำเป็น พวกมึงนี่! ออกไปจากบ้านกูเลยไป! กูป่วย กูจะพักผ่อน ไม่อยากเห็นหน้าพวกมึง!” 

 

เสียงนิชคุณ แทคยอนและแจบอมดังเข้ามาถึงในครัว ได้ยินชัดเจนทุกประโยคว่าคุยอะไรกันบ้าง อูยองที่ยืนแกะอาหารใส่จาน ไม่กล้าเหลือบตามองชานซองหรือจุนโฮที่ยืนอยู่ใกล้ๆกันเลย รับรองว่าทุกคนในครัวได้ยินชัดเจนไม่แพ้เขาแน่ๆ

 

 

...............

 

 

เด็กหนุ่มผมทองนั่งอยู่บนเตียง ตาเรียวมองตุ๊กตาหมาที่นิชคุณเคยให้ ตากลมของตุ๊กตาทำให้อดนึกถึงนิชคุณไม่ได้ เด็กหนุ่มนึกย้อนไปถึงวันแรกที่เขามาที่นี่ เกือบ 3 เดือนแล้ว ความรู้สึกของเขาในวันนั้นกับวันนี้ต่างกันลิบลับ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่เขามีต่อสถานที่แห่งนี้ อาชีพทหาร การกินอยู่และผู้คน ไม่เคยคิดเลยว่าเวลาแค่นี้จะทำให้มุมมองและความรู้สึกต่างไปได้ขนาดนี้ เขาไม่ได้ชอบทุกอย่างที่นี่ หากแต่มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด ยังมีบางเรื่องบางมุมที่น่าสนใจ การไม่มีอินเตอร์เน็ตก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด บางทีอาจเป็นเพราะการปรับตัว และเปลี่ยนมุมมอง การที่เรามองอะไรจากจุดๆเดียวหรือจุดเดิมๆ เราก็อาจจะมีมุมมองและความคิดอย่างนึง แต่เมื่อได้ลองเปลี่ยนมุมมอง ได้ลองปรับตัว เราก็จะพบอะไรใหม่ๆ เห็นบางอย่างเปลี่ยนไป

 

แปลกที่ไม่ว่าเขาจะนึกถึงเหตุการณ์ไหน ก็มักจะมีนิชคุณอยู่ในนั้นด้วย ไม่ว่าจะที่ค่ายอาสาฯ ตอนเขาจมน้ำเกือบตาย ตอนนิชคุณต่อยกับพวกผู้ร้ายที่โซล หรือเหตุการณ์เมื่อคืนที่นิชคุณเสี่ยงชีวิตมาช่วยเขาจนต้องบาดเจ็บ นิชคุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้เลยสักนิด คุ้มหรือที่เสี่ยงอันตรายเพื่อเขา เขามันก็แค่เด็กไม่ได้เรื่องคนนึงเท่านั้นเอง เด็กกำพร้าคนนึงเท่านั้นเอง!

 

 

...จะอยู่ข้างๆไปตลอด...

 

จู่ๆคำพูดของนิชคุณก็ดังขึ้นในหัว

 

นิชคุณพิสูจน์แล้วว่าเป็นคนพูดจริงทำจริง

 

นิชคุณดีกับเขาขนาดนี้เขาก็ควรจะดีกับนิชคุณให้มากเช่นกัน ให้สมกับที่อีกคนทุ่มเทให้

 

ให้สมกับที่เขาได้ความรักมากมายจากผู้ชายคนนี้

 

 

 

ตาเรียวหันไปทางห้องน้ำเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู นิชคุณนุ่งกางเกงบ็อกเซอร์และเปลือยท่อนบนออกมาจาห้องน้ำ อูยองจึงรีบลุกไปพยุง

 

“ทำไมไม่ให้ผมเช็ดตัวให้ล่ะครับ แล้วนี่แผลโดนน้ำหรือเปล่า”

 

“ถ้านายเช็ดตัวให้แล้วฉันอดใจไม่ไหวขึ้นมาล่ะ ไม่ต้องเช็ดตัวกันล่ะทีนี้ ฉันทำเองเร็วกว่า” เสียงทุ้มเจือแววล้อเลียน

 

แก้มกลมมีรอยแดงพาดผ่านทันทีที่ได้ฟัง ยั่วยวนให้คนตัวหนาจนอดไม่ได้ที่จะฝังจมูกลงไปให้หายหมั่นเขี้ยวสักฟอด

 

คนถูกขโมยหอมแก้มได้แต่ยิ้ม พลางก้มหน้าก้มตาช่วยจัดหมอนหนุนหลังให้นิชคุณนั่งพิงหัวเตียง แล้วจึงก้มดูผ้าพันแผลว่าแห้งสนิทดีและไม่มีเลือดซึมแต่อย่างใด

 

 

...ตุ้บ...ตุ้บ..

 

นิชคุณตบที่นอนข้างตัวเป็นสัญญาณ

 

 

อูยองขยับไปนั่งข้างๆ ปล่อยตัวเอนลงซบไหล่กว้างอย่างคุ้นเคย รู้สึกถึงริมฝีปากนุ่มที่กดลงบนกลุ่มผมของตัวเองเบาๆ แต่อบอุ่นไปทั้งหัวใจ อกแกร่งนี้ให้ที่พักพิงกับเขาเสมอมา มือหนาที่โอบไหล่เขาอยู่นี้คอยปกป้องเขาเสมอ

 

“ผู้พัน ขอบคุณนะครับ สำหรับทุกอย่าง” อูยองไถศรีษะกับไหล่หนาอย่างออดอ้อนโดยไม่รู้ตัว พลอยทำให้คนตัวหนาที่นั่งอยู่ต้องกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น

 

“ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย”

 

“ต้องสิ ก็...ผู้พันไม่จำเป็นต้องลำบากอะไรแบบนี้เลย ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยเพื่อผมสักนิด ถ้าไม่มีผม..ผู้พันก็คงมีชีวิตที่มีความสุขกว่านี้ ชีวิตที่เรียบง่ายกว่านี้ สบายกว่านี้”

 

“ฉันไม่ได้ทำเพราะความจำเป็น ให้ฉันนิ่งเฉย ให้ฉันไม่สนใจนาย ฉันทำไม่ได้หรอก!”

 

“...”

 

“รู้มั้ย...ว่าฉันมีความสุขแค่ไหนเวลาได้อยู่กับนาย” น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความสุขเวลา ภาพอูยองในเหตุการณ์ต่างๆย้อนเข้ามาในหัวตั้งแต่วันแรกที่ค่ายอาสา เขาทนไม่ได้ต้องหาขนมปังและบะหมี่ไปให้ หาหมอนไปให้ ช่วยอูยองจากเหตุการณ์น้ำซัดกระสอบทราย หลายๆเหตุการณ์บอกชัดว่าเขาไม่สามารถเมินเฉยใส่อูยองได้ ความสุขความทุกข์ของอูยองมีผลกระทบกับเขาโดยตรง

 

เขามีความสุขเมื่ออูยองมีความสุข

 

 

“...”เด็กหนุ่มเงยหน้ามองใบหน้าหล่อที่อยู่ห่างไปไม่กี่คืบ

 

“มีนายอยู่ด้วย มันดีมาก! มากจนนายคิดไม่ถึงเชียวล่ะ” ตาคมทอประกายสุกใส เต็มไปด้วยความสุข

 

“ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากเลย” เด็กหนุ่มบอกจากใจ เขาโชคดีจริงๆ เขาไม่ต้องอยู่ลำพังอีกแล้ว เขามีนิชคุณ!

 

“ฉันก็โชคดี โชคดี...ที่มีนายอยู่ข้างๆ” ชายหนุ่มก้มหน้ามองเด็กหนุ่มผมทองในอ้อมแขน ความรู้สึกมากมายที่คำพูดไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ กำลังถูกถ่ายทอดผ่านทางสายตา

 

ตาเรียวสบตาคมดำสนิทที่ทอประกายอบอุ่น มั่นคง

 

 

...จุ๊บ....

 

ริมฝีปากบางยื่นไปสัมผัสริมฝีปากหนาแผ่วเบา

 

 

แต่คนถูกขโมยจูบถึงกับสะดุดลมหายใจตัวเอง ด้วยไม่นึกว่าเด็กขี้อายจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

 

เมื่อเห็นคนตาคมมีแววตื่นตะลึง อูยองก็อายขึ้นมา แต่ไม่ทันที่จะก้มหน้าซ่อนอาย มือหนาก็เอื้อมมาประคองแก้มเขาไว้เสียก่อนเพื่อให้เงยหน้าขึ้นรับจูบหนักแน่นของอีกคน จูบแสนหวานที่พาให้ใจหวั่นไหวเริ่มขึ้นอีกครั้งในห้องนอนเล็กๆแสนอบอุ่น ร่างหนาค่อยๆเอนตัวกดร่างบางกว่าให้นอนลงกับที่นอน จมูกโด่งลากไล้ตั้งแต่พวงแก้มก่อนจากซุกไซ้ไปที่ซอกคอขาวและเลยไปที่แผ่นอกบางขาวเนียน มือใหญ่ลูบไล้เข้าไปใต้เสื้อนอนเพื่อลูบไล้หน้าท้องแบนราบ

 

นิชคุณผละตัวออกมาเล็กน้อย มือหนาเอื้อมไปเลิกชายเสื้ออูยองขึ้นเพื่อขจัดให้พ้นทาง

 

“ผ...ผู้พัน...ผู้พันมีแผล” อูยองร้องทักเมื่อนึกขึ้นได้

 

“แผลนิดเดียว ไม่เป็นไร” นิชคุณบอกพลางถอดเสื้ออูยองออก

 

“แต่ลุงหมอ...” อยากจะห้ามแต่ไม่ทันแล้ว เสื้อเขาถูกนิชคุณถอดออกอย่างว่องไว

 

“...” นิชคุณไม่ตอบ หากตาคมจ้องมองแผ่นอกขาวตรงหน้าเหมือนมองเห็นงานศิลป์ที่สวยงามสุดบรรยาย

 

เด็กหนุ่มเขินอายกับสายตาคมที่มองมา เห็นชัดว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการเขาแค่ไหน แม้จะอายแต่เขาเองก็ต้องการอีกฝ่ายไม่ต่างกันเลย เด็กหนุ่มเพียงแค่เอียงหน้าไปอีกด้าน แล้วเอ่ยเบาๆ “ระวังแผลด้วยนะครับ”

นิชคุณยกยิ้ม เขาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปหรอก ชายหนุ่มก้มหน้าลงหาความหอมหวานจากคนใต้ร่างอย่างที่ใจปรารถนา ทั้งคู่เริ่มบรรเลงบทเพลงรักด้วยกัน ต่างมอบความหวานให้แก่กันและกัน ต่างมอบความเข้าใจให้กัน มอบความรักให้กันอย่างไม่รู้จบ

 

สำหรับอูยอง....นิชคุณคือทุกอย่าง

 

สำหรับนิชคุณ...อูยองคือทุกสิ่ง

 

 

 

The End

 

***********************************************

 

 

HusWife & The Gang

 

ปุ้ง ปุ้ง ปุ้ง จบแล้วคร้าาาาาาาาาาาาา น้องยองของเรากล้าจูบผู้พันก่อนนะเออ นึกว่าผู้พันบาดเจ็บแล้วจะหมดพิษสงหรืองายยยยยย ชิชะ ผู้พันเราถึกนะเคอะ แผลแค่นี้หยุดผู้พันไม่ได้หรอกน๊าาาาาาาาาาาา // ผู้ร้ายก็ถุกดำเนินคดีไปแล้วนะคะ อิน้องจะได้ปลอดภัยเสียที ผู้พันอุตส่าห์ฝึกซ้อมด้งให้ยิงปืน หนูไม่ได้ใช้งานสกิลที่มีเลยลูก ใสๆแบบหนูไม่เหมาะกับปืนผาหน้าไม้หรอกเนอะ อิอิ 

 

ขอบคุณคนอ่านทุกคนนะคะ ที่แวะเวียนมาอ่าน และคอมเม้นต์ ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณที่ยังติดตามอ่านกันนะคะ ซาบซึ้งจริงๆ ขอบคุณกำลังใจที่มีให้ตลอดมาด้วยค่ะ _/\_  // งานชิ้นอื่นๆ อาจจะออกช้าหน่อยค่ะ ช่วงหลังๆ รสงานราษฎร์ งานหลวงรุมเร้าหนักมาก แทบหาเวลาไม่ได้เลยค่ะ ถ้าเคลียร์ชีวิตตัวเองได้เมื่อไหร่ จะเอางานอื่นๆมาลงนะคะ

 

Have a Khunday นะคะ ทุกคน

 

 

 

edit @ 27 Jun 2016 20:14:58 by HusWife & The Gang

edit @ 28 Jun 2016 08:49:59 by HusWife & The Gang